เตือนภัย สาว18 มงกุฎ อ้างนามสกุลดัง เดินสายตุ๋นในจ.ระยอง-ชลบุรี

วันที่ 27 พค. เวลา 09.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยพฤติการณ์ของสาวแสบ 18 มงกุฎจากพระครูบวรสาธุกิจ หรือ พระอาจารย์จิ้ม เจ้าอาวาสวัดศรีวโนภาสสถิตย์พรและเจ้าคณะตำบลเมืองระยอง เขต 1(ธ)พระดังเมืองระยองมีลูกศิษย์ทั่วประเทศ พร้อมลูกศิษย์คือ นายปิติพัฒน์ เนตรวิเชียร อายุ 60 ปีอยู่บ้านเลขที่ 759 ถนนเจตน์จำนง ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี นางสาวพรเพชร พรหมศิริ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่15/23 ถนนสุขุมวิท ซอย7 ต.แสนสุข อ.เมือง ชลบุรี เล่าว่า พวกเขาตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อสาวแสบ 18 มงกุฎ รายนี้ จนพากันสูญเสียเงินหลายแสนบาท โดยมีพฤติการณ์อ้างตัวเป็นลูกหลานในตระกูล “มาลากุล ณ อยุธยา” ชื่อนางสาว ทิพยมาศ มาลากุล ณ อยุธยา เคยเป็นอดีตผู้พิพากษา บัลลังก์ 15 ศาลอาญานนทบุรี และได้ลาออกจากราชการ เพื่อมาดูแลทำธุรกิจที่มีอยู่หลากหลายธุรกิจ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เกษตรกรรม ไฟแนนซ์

นายปิติพัฒน์ เนตรวิเชียร เล่าว่า รู้จักกับสาวคน โดยบังเอิญ ขณะนำรถรถไปซ่อมที่อู่ซ่อมรถโป่งบีเอ็มดับเบิ้ลยูศรีราชา แนะนำตัวเองว่าเป็นลูกหลานเป็นญาติหม่อมหลวงปีย์ มาลากุล และยังมีการโทรพูดกับเชื้อพระวงศ์ คุ้นเคยกับบิ๊กโจ๊ก พ่อคุ้นเคยกับผู้ว่าฯหนุ่ยชลบุรี สามารถทำโฉนดได้สะดวก และทำธุรกิจหลายอย่างทั้งอสังหาริมทรัพย์ ทำไฟแนนซ์ กับเกียรตินาคินทร์ ถ้ายึดรถต้องตัดมาให้ตัวเองไปจำหน่ายทั่วประเทศ โดยในช่วงนี้เพื่อนอยู่ต่างประเทศมีสามีชาวฝรั่งต้องการจะซื้อที่ดินจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี เพื่อเข้าทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รองรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก อีอีซี

สาวคนดังกล่าวอ้างว่า บิดาเป็นทหารยศพลเอก เกษียณราชการแล้วต้องการหาที่ดินเพื่อใช้ทำแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในภาคตะวันออกจำนวนหลายร้อยไร่ถึงพันไร่ ทั้งบนฝั่งและที่เกาะขอให้ช่วยหาที่ดิน จึงตอบรับเพราะตนพอจะรู้เนื่องจากเคยเป็นพนักงานธนาคารมาก่อน เคยทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และเป็นคนในพื้นที่ หลังจากพูดคุยกันเสร็จได้แลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์กัน ก่อนจะแยกย้ายกันไป จนเมื่อช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงระบาดโควิด-19 ได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามา พร้อมให้ตนเริ่มหาที่ดินได้แล้ว เพราะเป็นช่วงโควิด-19 ระบาดราคาที่ตกต่ำถูกลง และแต่งตั้งให้ตนกับนางสาวพรเพชร เป็นนายหน้าที่ดินเปอร์เซ็นต์ ถ้าที่ดินทุกที่มีการซื้อต้องให้นายหน้าตน 1.5 ถ้าไม่มีการให้จะไม่มีการตกลงทุกแปลง

หลังจากรวบรวมที่ดินและพาตระเวนดูที่ดินเพื่อตกลงซื้อกับเจ้าของที่ดินด้วยตัวเอง ทั้งที่ดินบนเกาะไม่ว่า จะเป็นที่ดินบนเกาะสีชัง เกาะล้าน เกาะกูด เกาะเสม็ด และที่ดินบนฝั่งอีกจำนวนนับพันไร่ มูลค่าราคาที่ดินรวมทั้งกว่า 8 พันล้านบาท อีกทั้งได้พามารู้จักกับพระอาจารย์จิ้ม เจ้าอาวาสวัดศรีวโรภาสสถิตย์พร เพราะเป็นพระที่มีชื่อเสียงในเรื่องคาถาเวทมนต์เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน ซึ่งมีชาวบ้านผู้คนที่ต้องการจะขายที่ดินนิยมเข้าไปขอให้พระอาจารย์ช่วยเหลือประจำเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน เพื่อขายได้คล่องรวดเร็ว นอกจากนี้ยังทำให้ตนเองวาดฝันถึงโชคลาภก้อนใหญ่จากการซื้อขายที่ดินครั้งนี้ ระหว่างที่ตนพาไปดูที่ดินทุกแห่งตนต้องไปรับไปส่งกินอาหารอย่างดีทั้งสามมื้อทุกวันของฝากสารพัดเวลาไปไหนจะนั่งด้านหลังเพื่อโทรจะทำเสียงพูดกับผู้หลักผู้ใหญ่เชื้อพระวงศ์ ส่วนที่ดินที่เลือกไว้ทั้งหมดจะโอนพร้อนหมดเวลาเดือนเศษที่ไปดูที่ทั้งชลบุรี พัทยา ระยอง เกาะเสม็ด ที่จันทบุรี สวนทุเรียน เกาะหมาก เกาะกรูด เกาะเสม็ด

หากเป็นไปตามเป้าหมายตามราคาที่ดินและมีการตกลงซื้อขายกันสำเร็จทั้งหมด จะได้ค่านายหน้าอย่างเดียว 1.5 เปอร์เซ็นต์ หรือกว่า 100 ล้านบาท หากได้จริงสมหวัง จะนำเงินส่วนหนึ่งไปพัฒนาที่ดินของตนเองในจังหวัดชลบุรี ทำเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ที่ อ.ศรีราชาจำนวน 9 ไร่ เพื่อให้ผู้คนได้เข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน จากนั้นได้นำเรื่องไปเล่าให้ สาวแสบรายนี้ ฟังและได้เห็นดีด้วย พร้อมกับรับปากว่าจะเข้าไปใช้บริการและสมทบเงินช่วยเหลือสำนักปฏิบัติธรรม ยิ่งทำให้ตนหลงเชื่อและชื่นชมน้ำใจสาวแสบรายนี้หนักเข้าไปอีก

สาวคนดังกล่าว ยังอ้างเป็นตัวแทนขายรถของบริษัทเกียรตินาคินทร์ โดยรถยนต์ทุกประเภท ที่บริษัทไฟแนนส์ตามไปยึดมาจากลูกค้า จะตัดมาให้ตนแต่เพียงผู้เดียวเป็นตัวแทนนำไปขายราคาถูก พร้อมกับนำรูปรถยนต์ทั้งเก๋ง กระบะ รถไถ มาให้ตนและพระอาจารย์จิ้มดู ตนตัดสินใจจองรถแบคโฮแบคโฮโคเบลโก้ 1 คัน เพื่อหวังว่าจะนำไปปรับที่ดินเพื่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรมของตนเองและรถอีซูซุ หัวลาก 1 คันให้น้องชายด้วยจ่ายมัดจำไป 75,000 บาท และพระอาจารย์จิ้ม ได้ชักชวนพี่สาว นางเกื้อกูล มนต์วิเศษ พี่สาวและญาติโยมมาจองอีกเกือบ 10 คัน จ่ายมัดจำ 145,000 บาท เพื่อนรวมทั้งคนรู้จักคุ้นเคยมาจองรถอีกรวม 10 คัน โดยเสียค่ามัดจำจองรถคัน 1.5 หมื่นบาท รวมเป็นเงินแล้วกว่า 3 แสนบาท และยังบอกว่าสมนาคุณก่อนโอนที่ดินให้รถเก๋งบีเอ็มให้นายปิติพัฒน์ กับ นส.พรเพชร นัดว่าส่งมาพิษณุโลกจากมาให้ให้ไปรับที่โป่งบีเอ็มรอถึงเช้าก็ไม่มาบอกว่าฝนตกหนักไม่สามารถมาให้ได้รถเข้าบริษัทอยู่ที่ กทม.

พฤติการณ์สาวแสบ 18 มงกุฎรายนี้ มาแตกเมื่อมีการตกลงนัดจ่ายเงินค่าที่ดิน4 แปลง เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่นัดจ่ายเงินกันที่วัดศรีวโรภาสสถิตย์พร ที่กุฏิพระอาจารย์จิ้ม เจ้าของที่ดินนั่งเครื่องบินมาจาก อุบลราชธานี เพื่อขายที่ พัทยา เจ้าของที่เกาะเสม็ด เจ้าของที่ จันทบุรี สวนทุเรียน และ หมาก ต่างมารอรับแคชเชียร์ ที่สาวแสบรายนี้อ้างว่าได้มีการโอนเงินจากทุนต่างประเทศมาให้และจะทำแคชเชียร์เช็คเรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าของที่ดินได้มารอรับแคชเชียร์เช็ค แต่แล้วไร้เงาสาวแสบรายนี้ ทำให้ทุกคนถึงบางอ้อถูกหลอกแล้ว จากนั้นจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐานตาม สภ.ต่างๆ เพื่อนำตัวสาวแสบรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

นายปิติพัฒน์ ยังเผยว่า ตนรู้สึกแปลกใจตั้งแต่แรกแล้วว่า การตกลงซื้อที่ดินราคาเป็นร้อยล้าน พันล้าน พูดคุยกับเจ้าของที่ดินไม่ถึงครึ่งชั่วโมงตกลงใจซื้อแล้ว อีกทั้งตลอดจนระยะเวลาที่พาไปดูที่ดินตนเองต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งเลี้ยงดูปูเสื่อ พากินอาหารร้านอาหารหรู สูญเงินไปอีกนับแสนบาท เพราะตนเชื่อว่าหากงานสำเร็จได้ค่านายหน้าเป็นร้อยล้านบาทคุ้มสุดคุ้ม หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอกแน่แล้ว ตนได้ไปเปิดค้นหาประวัติสาวแสบรายนี้ จึงได้รู้ว่าเป็นพวกต้มตุ๋นตัวจริง เพราะเมื่อปี 2557 สาวแสบรายนี้ เคยถูกจับกุมที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยแอบอ้างตัวเป็นผู้พิพากษา สามารถล้มคดีได้ หลอกตุ๋นเอาเงินชาวบ้านไปหลายหลายมาแล้ว ก่อนที่จะพ้นโทษออกมา และตระเวนมาหลอกต้มตุ๋นพวกตน จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจตามเอาตัวมาดำเนินคดีด้วย เพราะเป็นภัยสังคมสร้างความเดือดร้อนผู้คนจริง ๆ

พระอาจารย์จิ้ม กล่าวว่า อาตมาก็หวังว่าถ้าซื้อขายได้ลูกศิษย์ก็จะสบายอาตมาก็ไปดูที่ดินของโยมเป็นกำลังใจให้เขาขายได้เมื่อขายไม่ได้ พี่สาวก็โดนด้วยอาตมาไปบอกพี่สาววางเงินซื้อรถเสียไป 145,000 บาท อาตมาไม่อยากให้เขาไปหลอกใครให้เสียหาย ที่ดินเขาขายไม่ได้ไม่เสียอะไรแต่เขาก็เสียดายโอกาสจะขายคนอื่นก็ไม่ได้เขาก็ต้องพาไปดูที่ต้อนรับ อย่างเช่นรายพัทยา 2400 กว่าล้าน 15หุ้น อยู่ที่อุบลราชธานี เขามากัน 15 คนต้องเสียหายเสียเวลาเสียเงินทองจึงอยากร้องให้ระมัดระวังสาวแสบ18มงกุฎรายนี้ด้วย

นิตยา ทุมมานนท์ จ.ระยอง/รายงาน