เขตฯ ห้วยขาแข้ง จัดชุดเฝ้าระวังผลักดันช้างป่า ทำลายพืชผลชาวบ้าน พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ชาวบ้านในพื้นที่ให้ทราบและช่วยแจ้งข่าว
23พ.ค.64/ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกล่าวว่ากรณีข่าวช้างป่าบุกทำลายพืชไร่ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่ได้นิ่งนอนใจในปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นได้มีการให้นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และนายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับกระทบแล้ว

นายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แจ้งว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 มีประชาชนแจ้งว่าพบช้างป่าออกจากป่าอนุรักษ์มาทำลายพืชอาสินของชาวบ้าน เจ้าหน้าประจำหน่วยพิทักษ์ฯ ออกไปตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง มีการจัดตั้งฐานลอยเพื่อเฝ้าระวังช้างป่าในบริเวณใกล้กับพื้นที่ไร่ของนายประสาน พิมพ์ศรี แต่ไม่พบช้างป่าออกมานอกพื้นที่


คณะเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้กลับมาปฏิบัติงานที่หน่วยและได้มอบหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ช่วยเขตฯ ไว้เพื่อติดต่อประสานงาน กระทั่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ชาวบ้านแจ้งว่า มีช้างป่าออกจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์มาทำลายพืชอาสิน นายสันต์ภพ อัศวปภาพงศ์ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบทันที จากการตรวจสอบ พบร่องรอยของช้างป่า ประมาณ 5 ตัว เข้ามาทำลายพืชอาสินของชาวบ้าน พื้นที่บ้านโป่งมะค่า หมู่ที่ 7 ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งอยู่ห่างจากแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยกลุ่มช้างป่าได้เหยียบและถอนทำลายพืชอาสินของราษฎรได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ราย


ทั้งนี้ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และคณะเจ้าหน้าที่ ได้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ จำนวน 7 นาย ออกปฏิบัติการเฝ้าระวังผลักดันช้างป่า ร่วมกับเจ้าของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ของสวนป่าห้วยระบำ (องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้) โดยตั้งฐานพักค้างชั่วคราวในบริเวณไร่ของนายพล นวลหิน ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นมา

นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้กำชับให้ นายสังวาลย์ แสงสวัสดิ์ หัวหน้าพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ ลงพื้นที่พบปะกับชุมชนอีกทางหนึ่ง โดยบูรณาการความร่วมมือกับผู้นำชุมชน และจิตอาสา ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมช้างป่า เพื่อเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าเข้ามาทำลายพืชอาสินของชาวบ้าน อีกด้วย
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน

















