จากกรณีสัญญาการประมูลการจัดเก็บรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุงด้วยสัญญา 5 ปี จะสิ้นสุดลงในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 และมีการออกมาประกาศของคณะกรรมการรังนกฯให้สัมปทาน 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2564 – 14 มิถุนายน 2569 ในราคากลาง 500 ล้านบาท แต่ไม่มีผู้เข้ามาซื้อซองเอกสารการประมูลฯแต่อย่างใด คณะกรรมการรังนกฯ จึงได้เปิดขายซองเอกสารฯ ครั้งที่ 2 จนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ยื่นซองประมูลรังนกฯในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 10.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง และจะเปิดซองการประมูลในวันเดียวกัน(ที่ 14)เวลา12.00 น. โดยมีผู้เข้ามาซื้อซองเอกสารเพียง 1 ราย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นบริษัทรายหนึ่งจากพื้นที่ ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.64 ที่หอประชุมจังหวัดพัทลุงบริเวณศาลาจังหวัดพัทลุง คณะกรรมการรังนกฯ จัดให้มีการยื่นซองเอกสารการยื่นประมูลสัมปทานรังนกฯ โดยมีคณะกรรมการฝ่ายต่างๆเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง และมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบภายใต้การนำของ พ.ต.ท.นาถพล บุญสนิท รอง ผกก.(ป) สภ.เมืองพัทลุง มาให้การดูแลด้านการรักษาความปลอดภัย แต่หลังจากการกำหนดการยื่นซองหมดเวลาลงในเวลา 11.00 น. ปรากฏว่าผู้ที่เข้ามาซื้อซองเอกสารไม่ได้เข้ามายื่นซองการประมูลฯแต่อย่างใด

นายปรีดี มนตรี (สจ.หริ่ง) คณะกรรมการรังนกฯ เผยว่า เมื่อไม่มีการประมูลรังนกในวันนี้ ทางคณะกรรมการรังนกฯ ก็จะมอบหมายให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางได้ประชุมเพื่อกำหนดราคากลางอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นคณะกรรมการรังนกฯก็จะเปิดการขายซองเอกสารฯกันเป็นครั้งที่ 3 หากยังไม่มีผู้เข้ามาซื้อซองเอกสารการประมูลฯก็จะประกาศกันเป็นครั้งที่ 4-5 ต่อไป ซึ่งการประมูลรังนกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาในราคาการประมูล 450 ล้านบาทนั้น คณะกรรมการรังนกฯได้เปิดการขายซองเอกสารถึง 5 ครั้ง

นายปรีดีฯ กล่าวอีกว่า ตนยอมรับมติในที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดราคากลางที่ได้กำหนดราคากลางไว้ที่ 500 ล้านบาท เหมือนครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา แต่ตนมั่นใจว่าราคากลาง 450 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการกำหนดราคากลางส่วนหนึ่งได้เสนอในการประชุมคณะกรรมการกำหนดราคากลางในครั้งที่ 2 เป็นราคาที่เหมาะสมกับสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน เนื่องจากรังนกยังส่งออกไม่ได้ ที่ผ่านมามีการส่งขายรังนกประเภทที่ 3 ภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการรังนกฯจะเร่งแก้ปัญหาการประมูลรังนกฯอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งการวางมาตรการป้องปรามการลัก หรือปล้นรังนกในหมู่เกาะรังนก ในท้องที่ ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน ไว้แล้วเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อมิให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเหมือนครั้งที่ผ่านมา จนทำให้รังนก และตัวอ่อนนกอีแอ่นถูกทำลายลงเป็นจำนวนมาก สำหรับรังนกของจังหวัดพัทลุงนั้นถือเป็นรังนกที่ดีที่สุดของเอเซีย หากจังหวัดพัทลุงยังไม่มีผู้เข้ามาประมูลฯ ตนมั่นใจว่ารังนกของจังหวัดต่างๆทั่วประเทศก็จะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน
สุธรรม คงเพชร จ.พัทลุง/รายงาน

















