วันอังคาร 25 สิงหาคม 2026
หน้าแรก เกษตรพันธุ์ดี ปิดจ๊อบ! จ่ายเยียวยาเกษตรกร 7.56 ล้านราย รวม 1.13 แสนล้านบาท

ปิดจ๊อบ! จ่ายเยียวยาเกษตรกร 7.56 ล้านราย รวม 1.13 แสนล้านบาท

ฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)

 

เลขาธิการ สศก. ลั่น ลุยระบบ Big Data และ AI เป็นฐานเนวิเกเตอร์ช่วยเหลือเกษตรกรให้ทันการณ์

20ต.ค.63/นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สศก. ในฐานะนายทะเบียน ได้ดำเนินการรวบรวม และตรวจสอบความซ้ำซ้อนเกษตรกรจากหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนจำนวน 7 หน่วยงาน เพื่อจัดส่งรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่พฤษภาคม – กรกฎาคม 2563 รวมรายละ 15,000 บาท

ต่อมา ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม และ 22 กันยายน 2563 ให้ขยายระยะเวลาการจ่ายเงินตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่เอกสารทางบัญชีไม่สมบูรณ์ออกไปจนถึงเดือนกันยายน 2563 เพื่อให้เกษตรกรได้รับสิทธิครบถ้วน

ขณะนี้ ระยะเวลาการดำเนินโครงการได้สิ้นสุดแล้วตั้งแต่ 30 กันยายนที่ผ่านมา โดยสรุปผลการช่วยเหลือเกษตรกร ตามโครงการฯ พบว่า ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรรวม 7,565,880 ราย เป็นเงิน 113,304.4 ล้านบาท (ข้อมูล ธ.ก.ส. ณ 7 ต.ค. 63)

อย่างไรก็ตาม ในการขยายการดำเนินการจ่ายเงินในช่วงที่สองจนถึงเดือนกันยายน 2563 พบว่า ยังมีเกษตรกรบางส่วน ที่ยังไม่ได้รับโอนเงินทันภายใน 30 กันยายน 2563 เนื่องจากระยะเวลาที่การดำเนินการค่อนข้างจำกัด และจำเป็นต้องใช้เวลาตรวจสอบก่อนการโอนเงิน

พลเชษฐ์ ตราโช รองเลขาธิการ สศก.

“จากข้อจำกัดทั้งด้านระยะเวลาและขั้นตอนการตรวจสอบ จึงทำให้เกษตรกรบางส่วนยังไม่ได้รับการจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะได้มีการพิจารณาความเหมาะสมในการเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ต่อไป โดยหลังจากนี้ สศก. ในฐานะนายทะเบียนและเป็นหน่วยงานเนวิเกเตอร์ด้านเศรษฐกิจการเกษตร จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งพัฒนา ปรับรูปแบบการขึ้นทะเบียนเกษตรกร รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลโดยใช้ Big Data และ AI สำหรับประมวล และวิเคราะห์ให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทันต่อการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหากับภาคเกษตรและเกษตรกรต่อไป” เลขาธิการ สศก. กล่าว

ด้านนายพลเชษฐ์ ตราโช รองเลขาธิการ สศก. กล่าวเสริมว่า โครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า และเป็นโครงการลักษณะจ่ายตรง (Direct Payment) ซึ่งเป็นครั้งแรกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สศก. ในฐานะ นายทะเบียนเกษตรกรและเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำ Big Data ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้เข้าร่วมดำเนินโครงการฯ จะได้พิจารณาแนวทางการพัฒนารูปแบบการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือแนวทางการจัดทำมาตรฐานข้อมูล (Data Standard) เพื่อรองรับการพัฒนา Big Data ภาคการเกษตรที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สำหรับใช้ข้อมูลเป็นฐานในการวิเคราะห์เพื่อเป็นแผนที่นำทาง (Navigator) ตามนโยบายของเลขาธิการ สศก. เพื่อการพัฒนาด้านการเกษตร ในอนาคต

ทั้งนี้ จากการติดตามของ สศก. พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่นำเงินที่ได้รับไปลงทุนทางการเกษตร (ซื้อพันธุ์ อาหารสัตว์ ปุ๋ย และซ่อมแซมโรงเรือน) นำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือน รวมทั้งนำไปลงทุนนอกภาคการเกษตร โดยนำไปชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ (ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ) ตลอดจนนำไปใช้จ่ายค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน อย่างไรก็ตาม นอกจากการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรตามโครงการฯ แล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้ทำเป็นโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เช่น โครงการ 1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ และโครงการอื่นๆ ซึ่งมีกิจกรรมทั้งการจ้างงานและการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และวางฐานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะกลางต่อไปอีกด้วย

จึงขอเชิญชวนผู้สนใจและมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของโครงการฯ สมัครเข้าร่วมโครงการอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป

กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน