กรมอุทยานฯเข้มนำเข้า-ส่งออกสัตว์ป่ามีชีวิต

แชร์

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจงประเด็น การนำเข้า – ส่งออก สัตว์ป่ามีชีวิต ต้องมีใบรับรองสุขภาพสัตว์จากต้นทางและก่อนปล่อยผ่านด่านต้องมีตรวจร่วม 3 หน่วยงาน

จากกรณีการระบาดของโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (AHS) ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งอยู่ในกระบวนการสอบสวนโรคทางระบาดวิทยาและยังไม่มีข้อมูลเพียงพอในการสรุปสาเหตุของการเกิดโรคระบาด แต่ได้มีข้อสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าม้าลายที่นำเข้าจากต่างประเทศอาจเป็นพาหะในการนำโรคดังกล่าว

​กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาได้ตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าม้าลายที่มีการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ช่วงปี พ.ศ. 2561 – 2563 ได้แก่ ม้าลายเบอร์เชลล์ (Equusburchelli) และม้าลายควากกา (Equusquagga) ซึ่งเป็นสัตว์ป่าตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2560 เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าหรือส่งออก กลุ่มที่ 2 ลำดับที่ 7 และลำดับที่ 8 และมิใช่สัตว์ป่าบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) การขอรับใบอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก จะต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงการขออนุญาตหรือใบรับรองและการออกใบอนุญาตหรือใบรับรองให้นำเข้า ให้ส่งออกหรือให้นำผ่านซึ่งสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่า

พ.ศ. 2558 ออกตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2557 โดยการพิจารณาอนุญาตต้องพิจารณาตามเอกสารสำเนาใบรับรองสุขภาพสัตว์ (Health certificate) สำหรับสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่านั้นหรือเอกสารการอนุญาตหรือรับรองว่าอยู่ระหว่างการขออนุญาตส่งออกหรือเอกสารที่อนุญาตของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจรับรองสุขภาพสัตว์ซึ่งออกโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายของประเทศที่ส่งออกสัตว์ป่าที่ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้าสัตว์มีชีวิตแนบมาพร้อมกับคำขอรับใบอนุญาต โดยผู้ได้รับอนุญาตจะต้องดำเนินการนำเข้าซึ่งสัตว์ป่าผ่านด่านตรวจสัตว์ป่าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าได้ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าสัตว์ป่าตามรายการชนิด และจำนวน ที่ระบุในใบอนุญาต พร้อมทั้งตรวจเอกสารใบรับรองสุขภาพสัตว์ที่มาพร้อมกับตัวสัตว์นั้นด้วย ซึ่งในขั้นตอนการตรวจปล่อยสัตว์ป่ามีชีวิตที่นำเข้ามาบริเวณคลังสินค้าจะมีการตรวจร่วมกัน 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมศุลกากร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมปศุสัตว์และเมื่อผ่านด่านตรวจสัตว์ป่าแล้วผู้ได้รับอนุญาตต้องนำไปสถานกักกันสัตว์ตามที่กรมปศุสัตว์ได้วางระเบียบไว้

​สำหรับการเฝ้าระวังการระบาดของโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness :AHS) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 ได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลและเก็บตัวอย่างในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาทันที ที่ได้รับรายงานการเกิดโรคและขอความร่วมมือระงับการเคลื่อนย้ายสัตว์จำพวก ยีราฟ ม้า ลา ล่อ ทุกชนิด ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งสำรวจข้อมูลประชากรม้าลายที่มีการครอบครองในประเทศ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีมาตรการต่างๆ ตามประกาศ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดังนี้

1. ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563 เรื่องกำหนดชนิดสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ที่ไม่พิจารณาอนุญาตให้นำเข้า ส่งออก

2. ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563 เรื่องมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness :AHS)ฉบับที่ 1

3. ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2563 เรื่อง มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness :AHS) ฉบับที่ 2

นอกจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังได้ร่วมเป็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness) และคณะอนุกรรมการวิชาการด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม (African Horse Sickness ) เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า และยังคงเข้มงวดในการอนุญาตการนำเข้าส่งออกสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่า ตามที่อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)กำหนดไว้ สำหรับยีราฟและม้าลาย จะยังคงไม่พิจารณาให้นำเข้าในประเทศอยู่ต่อไป

กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน


แชร์