รมว.เกษตรฯ เผย นายกฯ ห่วงภัยแล้ง สั่งเร่งทำฝนหลวงฯ เติมน้ำในเขื่อนเพื่อสำรองไว้ใช้หน้าแล้ง
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยในเรื่องน้ำ โดยได้ย้ำให้กระทรวงเกษตรฯ ดูแลและเตรียมแผนจัดการน้ำให้ประชาชน และเกษตรกรทั่วประเทศมีเพียงพอใช้ตลอดฤดูแล้ง รวมถึงพื้นที่เกษตรปลูกพืชหลังนา 2.8 ล้านไร่ ทั้งนี้ ตนได้สั่งให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ประสานงานกับกรมชลประทาน เพิ่มปริมาณน้ำไหลอ่างเก็บน้ำ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปีนี้ฤดูฝนจะสิ้นสุดเร็ว มีฝนกลางเดือนตุลาคมเท่านั้น
“กรมชลประทานต้องทบทวนปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ปรับแผนบริหารจัดการโดยลดการระบายน้ำลงตามสถานการณ์ อีกทั้งระบุพื้นที่เป้าหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเร่งปฏิบัติการทำฝนเติมน้ำลงสู่เขื่อน ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ซึ่งมี 34 แห่ง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่มอก จ.ลำปาง มีน้ำ 27% และอ่างเก็บน้ำทับเสลา จ.สุพรรณบุรี มีน้ำ 26% ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 32 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21 แห่ง ภาคตะวันออก 3 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง” รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว
ขณะที่ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ปีนี้อากาศหนาวมาเร็วซึ่งจะทำให้สิ้นสุดฤดูฝนประมาณกลางเดือนตุลาคม กรมฝนหลวงฯ มีเวลาอีกประมาณครึ่งเดือนที่จะเร่งปฏิบัติการทำฝนทั่วประเทศ โดยการปฏิบัติการฝนหลวงนั้นทำมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมซึ่งเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง สามารถช่วยพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางได้ประมาณ 80% ของพื้นที่ที่ขาดน้ำ
“กรมชลประทาน ระบุเป้าหมายอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำน้อยมาเพิ่มเติมก็พร้อมปฏิบัติการ ซึ่งจำเป็นจะต้องเร่งทำในช่วงเวลานี้ที่ยังมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพียงพอและมีเมฆให้ทำฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำ เมฆก่อตัวน้อย เป็นสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำฝน หน่วยฝนหลวงทั่วประเทศพร้อมปฏิบัติการไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม โดยจะเร่งทำอย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้มากที่สุด โดยกรมชลประทานจะบริหารจัดการสำหรับใช้ในหน้าแล้งอย่างเพียงพอ รวมทั้งสำรองต่อเนื่องไปจนถึงต้นฤดูกาลเพาะปลูกปีหน้า” นายสุรสีห์ กล่าว
















