วันเสาร์ 20 มิถุนายน 2026
หน้าแรก Headline ผู้เลี้ยงหมู วางมาตรการตรึงราคาหน้าฟาร์ม 110 บาท ไประยะหนึ่ง ค้านนำเข้าหมู

ผู้เลี้ยงหมู วางมาตรการตรึงราคาหน้าฟาร์ม 110 บาท ไประยะหนึ่ง ค้านนำเข้าหมู

10 ม.ค. 65 นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยภายหลังประชุมหารือการแก้ปัญหาราคาสุกร ร่วมกับ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าขณะนี้ทั้งลูกสุกร สุกรขุน และแม่พันธุ์ หายไปจากระบบกว่า 50% จากการที่พี่น้องเกษตรกรเลิกเลี้ยงหรือหยุดการเลี้ยงไปกว่าครึ่ง จากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ของอุตสาหกรรม ภาวะขาดทุนสะสมกว่า 3 ปี ปัญหาโรคในสุกร และต้นทุนที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น และการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

“ราคาหมูเพิ่งปรับขึ้นมาในช่วง 1 เดือนเท่านั้น จากปริมาณหมูที่ลดลงต่อเนื่อง ไม่สอดคล้องกับการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ภาวะนี้แค่ช่วยให้คนเลี้ยงพอมีเงินใช้หนี้และเดินหน้าอาชีพต่อ ส่วนที่มีบางฝ่ายแนะนำให้มีการนำเข้าเนื้อหมู เกษตรกรไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ผลผลิตหมูไม่เพียงพอกับการบริโภค ซึ่งยังไม่ทราบปริมาณความต้องการที่แท้จริงของตลาด การนำเข้าเนื้อหมูจะเป็นการซ้ำเติมปัญหา กระทบกับภาวะราคาตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด อย่างที่เกษตรกรเผชิญมาตลอด 3 ปี และยังมีผลต่อแรงจูงใจของผู้เลี้ยงที่กำลังจะกลับเข้าระบบ เพราะหมูไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับเนื้อหมูต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำว่าไทย เนื่องจากสามารถผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้ภายในประเทศ ขณะที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ จึงมีต้นทุนส่วนนี้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประกาศราคาหมูขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม อยู่ที่กิโลกรัมละ 110 บาท โดยเกษตรกรจะร่วมกันตรึงราคาจำหน่ายหมูหน้าฟาร์มไม่ให้เกินราคานี้ไประยะหนึ่ง เพื่อให้ตลาดปรับตัวได้และช่วยพี่น้องประชาชน” นายปรีชา กล่าว

นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และปลายข้าว ร่วม 7 ล้านครัวเรือน รวมไปถึงเป็นห่วงโซ่สำคัญของภาคเวชภัณฑ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์การเลี้ยง ระบบขนส่ง และภาคธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องได้รับผลกระทบต่อเนื่องกันหากภาคผู้เลี้ยงสุกรต้องล่มสลายไป จากความสามารถการแข่งขันที่ถดถอย “ความมั่นคงทางอาหารของประเทศจะสั่นคลอน” หากประเทศไทยต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมากขึ้น ที่สำคัญยังมีผลกระทบด้านสุขอนามัยและความเสี่ยงจากสารตกค้างที่มีต่อผู้บริโภค และอาจมีโรคติดต่อในสุกรที่ติดมากับเนื้อสุกรต่างประเทศ ส่งผลร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมสุกรของไทย

ทั้งนี้ การที่ภาครัฐออกมาตรการเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาวเพื่อเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะการสำรวจความพร้อมของผู้เลี้ยงให้กลับมาเลี้ยงสุกรรอบใหม่อีกครั้ง สมาคมฯ ต่างเห็นด้วยกับมาตรการนี้เพื่อให้เพื่อนร่วมอาชีพที่มีความพร้อมด้านโรงเรือน อุปกรณ์ และกระบวนการอยู่แล้วได้ร่วมกันผลิตสุกรเพื่อป้อนตลาดให้เร็วที่สุด ภายใต้การป้องกันโรคในระดับสูง ที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจูงใจให้เกษตรกรฟื้นอาชีพได้โดยเร็ว สำหรับพื้นที่ภาคใต้มีเกษตรกรกว่า 2 หมื่นราย ในจำนวนนี้หายไปจากระบบ 50% ซึ่งทุกคนต่างต้องการกลับมาทั้งสิ้น เพียงแต่ยังขาดการสนับสนุน./