มวลน้ำเจ้าพระยาปะทะน้ำทะเลหนุน เผยน้ำล้นทะลักจุดคันกั้นน้ำชั่วคราวเข้าท่วมจุดฟันหลอเขตสัมพันธวงศ์ ด้าน“ณพลเดช” ว่ายน้ำแข่งกับประชาชนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” พิสูจน์ความแรงของน้ำเหนือ

9 พ.ย.64 / นายณพลเดช มณีลังกา ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตสัมพันธวงศ์ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าหลังจากน้ำทะเลหนุนสูง น้ำเหนือยังไหลเติมลงมาในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไม่จำกัด ส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยา ล้นตลิ่ง 30 – 50 ซม. เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน จึงเข้าไปสำรวจพบว่าน้ำท่วมในหลายจุดของเขตสัมพันธวงศ์ เช่น เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ ชุมชนภิรมย์ภักดี ถนนทรงวาด ชุมชนตลาดน้อย ท่าน้ำศาลเจ้าโจวซือกง ศาลเจ้าโรงเกือก และซอยวานิช 2

จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของกรมทรัพยากรน้ำ เบื้องต้นทราบมาว่ากรมทรัพยากรน้ำไม่มีพื้นที่ ในกทม. เพราะเป็นพื้นที่พิเศษอำนาจเป็นของ ผู้ว่าฯ กทม. ทั้งนี้ด้วยน้ำที่หนุนจากเหนือมีมวลน้ำที่กำลังไหลเข้า กทม. อีก 15 วัน ในประมาณ 5,000 ล้าน.ลบ.ม. ขณะที่ กทม. มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ตร.กม. นั้นตนเห็นว่าเมื่อมีการหนุนจากน้ำทะเลก็จะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ กทม. อีก
อย่างไรก็ตาม การสำรวจในพื้นที่มีประชาชนริมฝั่งลงว่ายน้ำ อาบน้ำเนื่องจากน้ำใสขึ้นซึ่งตนก็ไม่เห็นภาพนี้มานานแล้ว จึงได้ว่ายน้ำแข่งกับประชาชนข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อย้อนรำลึกถึงภาพสมัยเด็กๆ ที่ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สัมผัสได้ว่าน้ำในช่วงกลางแม่น้ำไหลเชี่ยวมาก แสดงให้เห็นถึงการปล่อยน้ำจากเหนือโดยไม่มีการบริหารจัดการที่รัฐบาลต้องมีการวางแผนไว้แล้ว แม้เรือลากจูงเรือบรรทุกสินค้า ก็ต้องใช้เรือลากจูงถึง 5 ลำ ซึ่งหากในภาวะปกติก็สามารถใช้เพียงลำเดียวก็เพียงพอ

นายณพลเดช กล่าวว่า “ความเสียหายที่เกิดขึ้นนอกจากภาคธุรกิจ ที่ย่านเยาวราชถือเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญแล้ว เราต้องให้ภาคราชการที่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วต้องมารับงานเพิ่มเติม เช่น เจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า และอีกหลายหน่วยงานที่เป็นข้าราชการประจำเขาต้องมาเดือดร้อนเพื่อช่วยเหลือประชาชนอีก เราต้องเสียงบประมาณและเพิ่มงานจากอดีตที่เคยสร้างความเสียหายให้กับเราแล้วทำไม…? แม้รู้ทั้งรู้ว่าจะมีน้ำทะเลหนุนในช่วงนี้จนถึงวันที่ 11 พ.ย. และอีกครั้งในช่วงวันลอยกระทงและวันที่ 20 พ.ย. อีกระลอก ซึ่งแน่นอนน้ำก็จะท่วมเหมือนเดิม แต่รัฐบาลแม้แต่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่เห็นจะออกมาเดือดเนื้อร้อนใจอะไร”

“ ความจริงแล้วนอกจากกรุงเทพฯ แล้วจังหวัดที่ติดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ไปจนถึงนครสวรรค์ ประชาชนก็ต่างได้รับความเดือดร้อนโดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ตนเห็นว่าการที่คิดว่าคนไทย “ลืมง่าย” และปล่อยให้เป็นปัญหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนชั่วลูกชั่วหลานเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ อย่างญี่ปุ่นเขาเจอภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งเดียว เขาจัดการแก้ไขด้วย โมเดล G-Cans เพื่อแก้ไขน้ำท่วมในทันที ซึ่งจะแปลอีกที โมเดล G-Cans ก็คืออุโมงค์เก็บน้ำขนาดยักษ์ ที่แปลอีกทีก็คือ “โครงการแก้มลิง” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงให้แนวทางไว้ แต่ถึงขณะนี้ประเทศไทยเราก็ยังคงปล่อยให้น้ำท่วมเหมือนเดิม การบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ มา 7 ปี แต่ประเทศเราก็มีน้ำท่วมเหมือนเดิม ตนเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไข เพื่อประเทศไทยจะเจริญตามแนวยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลวางไว้” นายณพลเดช กล่าว
หยกดำ ส่องเขียว รายงาน

















