วันอาทิตย์ 28 มิถุนายน 2026
หน้าแรก Headline SMEsชง‘กมธ’เข้าถึงแหล่งทุน ชูโมเดลจังหวัดแก้ปัญหาร่วม

SMEsชง‘กมธ’เข้าถึงแหล่งทุน ชูโมเดลจังหวัดแก้ปัญหาร่วม

ประธานสภาเอสเอ็มอีเสนอ กมธ. ศึกษามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชงแยกมาตรการช่วยเหลือ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนตามระดับศักยภาพ ศึกษาเรื่อง CFF สำหรับรายย่อย ชูโมเดล SMEs Smart Province ทางรอดของ SMEs สร้างความเข้มแข็งจากระดับจังหวัด บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนด้วย KPI เดียวโดยมีผู้ว่าฯ เป็นประธาน

18 ธันวาคม 2562 : นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ณ ห้องประชุม 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา เกียกกาย เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ประกอบการพิจารณา “ศึกษามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชุมชน” โดยมีท่านไชยา พรหมมา เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งในการประชุมดังกล่าวได้เชิญผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เข้าให้ข้อมูลร่วมด้วย

นายไชยวัฒน์ เปิดเผยว่านำเสนอใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1) ข้อมูล SMEs 2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ตามระดับศักยภาพ และ 3) การบูรณาการพัฒนา SMEs โดยมีรายละเอียดในแต่ละประเด็น ดังนี้

1)  ข้อมูล SMEs นายไชยวัฒน์ให้ข้อมูลว่าสภาเอสเอ็มอีก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2557 ในนามภาคีเครือข่ายก่อตั้งสภาเอสเอ็มอี ปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายที่เป็นสมาคม ชมรม คลัสเตอร์ธุรกิจ กว่า 90 องค์ (ไม่นับรวมที่เป็นบริษัท ห้าง ร้าน และวิสาหกิจชุมชน) ขณะที่ SMEs ในประเทศไทยมีประมาณ 3 ล้านราย มีการจ้างงานประมาณเกือบ 14 ล้านคน หรือคิดเป็น 85% ของการจ้างานทั้งหมด ซึ่งจากจำนวน 3 ล้านรายนั้นอยู่ในระบบธนาคารเพียงประมาณ 468,000 ราย และเป็นนิติบุคคลเพียง 130,000 ราย เท่านั้น นอกนั้นเป็นบุคคลธรรมดา

สภาเอสเอ็มอีแบ่งระดับศักยภาพของ SMEs ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. Ready to Go 2. Struggle และ 3. Survival ซึ่งเรียงตัวจากบนลงล่างในรูปทรงเจดีย์ ซึ่งพบว่า กลุ่มแรก (Ready to Go) นั้นมีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ 2 และ 3 โดยเฉพาะกลุ่มที่ 3 ที่ยากจะเข้าสู่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยระบบธนาคารปกติ

2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs นายไชยวัฒน์ นำเสนอข้อมูลจาก SMEs Roundtable ครั้งที่ 2 เรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 ที่มีภาคีเครือข่ายภาคเอกชนเข้าร่วม 55 องค์กร และมีหน่วยงานรัฐเข้าร่วมสังเกตการณ์ จำนวน 8 หน่วยงาน ซึ่งมีข้อเสนอที่เหมาะกับแต่ละศักยภาพข้างต้น ดังนี้

สำหรับกลุ่มที่อยู่ในระบบธนาคาร และกลุ่มที่มีความพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบธนาคาร

1.เสนอให้ธนาคารพิจารณาหลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อสำหรับ SMEs เพิ่มเติม นอกเหนือจากการพิจารณาหลักทรัพย์และงบดุลด้วย 3 ปัจจัยนี้ ได้แก่ 1) สินค้าหรือบริการมีอนาคตหรือไม่ โดยดูจากแนวโน้มและโอกาสของธุรกิจ (Business Trend / Business Opportunity) 2) ความสามารถของกิจการและผู้ประกอบการ 3) ความตั้งใจของผู้ประกอบการ

2.เสนอให้ธนาคารชี้แจงเหตุผลในการพิจารณาไม่อนุมัติสินเชื่อให้ชัดเจนในทุกกรณี เพื่อให้ SMEs นำไปปรับปรุงกิจการให้สอดคล้องกับเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร โดยออกเป็นนโยบายการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย  3.เสนอให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพิ่มการคุ้มครองวงเงินที่ค้ำประกันเป็น ร้อยละ 75 และผู้ประกอบการ SMEs มีสิทธิที่จะร้องขอให้ บสย. เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อโดยสามารถใช้บริการ บสย. ได้อย่างทั่วถึง  4.เสนอให้ทุกธนาคารพิจารณาประวัติการชำระหนี้ของ SMEs โดยดูย้อนหลัง 12 เดือน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้นสำหรับผู้ที่เคยมีประวัติการผิดนัดชำระหนี้แต่ ณ ปัจจุบันเป็นบัญชีปกติแล้ว

5.เสนอให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐควรที่จะกำหนดโครงการการปล่อยสินเชื่อแบบพิเศษที่มีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนสำหรับ SMEs ที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของคนตัวเล็ก  6.เสนอให้มีมาตรการคุ้มครองการประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกันให้เป็นสมบัติของผู้ว่าจ้างประเมิน และสามารถนำไปใช้ได้กับทุกธนาคาร โดยกำหนดระยะเวลาที่สามารถใช้เอกสารที่ประเมินแล้วตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด  7.เสนอให้มีการทบทวนเรื่องการนำระบบบัญชีเดียวมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อในปี 2562 เพื่อมีช่วงเวลาให้ SMEs ปรับตัว แก้ไขส่วนที่ยังผิดพลาดอยู่ และจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง โดยเลื่อนไปเป็นปี 2565

สำหรับกลุ่มที่ยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ระบบธนาคาร แต่มีศักยภาพในอนาคต  8.เสนอให้มีการยกระดับมาตรฐาน SMEs ให้มีความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างมีคุณภาพ โดยธนาคารร่วมมือกับสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ในรูปแบบ SMEs Clinic จัดอบรม แนะนำ และคัดกรอง SMEs ให้เตรียมพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร

สำหรับกลุ่มที่ยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ระบบ  9.เสนอให้มี Center of Financial Facility (CFF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ใช่ธนาคาร แต่อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง สามารถดำเนินการปล่อยสินเชื่อได้ผ่านองค์กรภาคีเครือข่าย ประสานงานและคัดกรองโดยสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จังหวัด (สภาเอสเอ็มอีจังหวัด)

3) การบูรณาการพัฒนา SMEs คุณไชยวัฒน์ นำเสนอแนวทางการบูรณาการพัฒนา SMEs ในระดับจังหวัดด้วยโมเดล SMEs Smart Province เพื่อแก้ไขปัญหาหลักของ SMEs 3 ด้าน ได้แก่ ด้านองค์ความรู้ ด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และด้านการตลาด ตลอดจนการสะท้อนปัญหาและความต้องการของ SMEs (Voice of SMEs) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในการดำเนินการเพื่อให้ทุกๆ หน่วยงานในจังหวัดมี KPI ในการพัฒนา SMEs ร่วมกัน และพัฒนาครบถ้วนในทุกมิติ

“ทั้งนี้ เนื่องจากสภาเอสเอ็มอียังไม่มีพระราชบัญญัติสภาเอสเอ็มอี ซึ่งกำลังผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น จึงขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรรมาธิการนี้ช่วยสนับสนุนในที่ประชุมรัฐสภาด้วย” นายไชยวัฒน์ กล่าว

WC รายงาน