กรุงเทพฯ (18 มีนาคม 2569) – เว็ทซินโนว่า (VetSynova) ผู้นำนวัตกรรมสัตวแพทย์ประกาศความสำเร็จผลประกอบการปี 2568 เติบโตเกินเป้า พร้อมกางแผนปี 2569 รุกหนักผ่าน 6 กลยุทธ์หลัก และแคมเปญการสื่อสารใหม่ เน้นย้ำความสัมพันธ์ครอบครัวและสัตว์เลี้ยง เตรียมขยายตลาดสู่ระดับสากล มุ่งเป้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2572
น.สพ.มนัยธร เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เว็ทซินโนว่า จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้รวมได้ถึง 420 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 13% โดยได้รับอานิสงส์สำคัญจากเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนคนในครอบครัว (Pet Humanization) และการที่เจ้าของหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพในระยะยาวของสัตว์เลี้ยง (Pet Longevity)
ปัจจุบันเว็ทซินโนว่าขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่:
-
ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตวแพทย์: เช่น VFCore, DeliSci และ MicrocynAH
-
อาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ (Functional Pet Food)
-
นวัตกรรมไลฟ์สไตล์สัตว์เลี้ยง
สำหรับทิศทางในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้แบบก้าวกระโดดที่ 700 ล้านบาท โดยวาง 6 กลยุทธ์สำคัญ ดังนี้:
-
Innovation Leader: ทุ่มงบวิจัยกว่า 10 ล้านบาทต่อปี พัฒนานวัตกรรมที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์
-
Lifestyle Integration: พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันนอกเหนือจากยารักษา
-
Global Expansion: ปัจจุบันส่งออกแล้ว 7 ประเทศ และเตรียมเปิดตลาดเพิ่มใน อินเดีย ปานามา ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ภายในปีนี้
-
Academic Partner: ขยายความร่วมมือกับคณะสัตวแพทย์และวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ
ในวันเดียวกันนี้ เว็ทซินโนว่าได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ช่วงเวลาแห่งสายสัมพันธ์ของครอบครัว” (Family Bonding Time) เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้เลี้ยงสัตว์ โดยได้ ‘โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร’ มาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ พร้อมถ่ายทอดบทเพลงพิเศษ “ดูแลตลอดไป” รวมถึงการเปิดตัว Music Video เวอร์ชัน Pet Friendly ที่ใช้เทคนิคการออกแบบภาพและสีให้สัตว์เลี้ยงสามารถรับชมร่วมกับเจ้าของได้อย่างมีความสุข
นอกจากมิติทางธุรกิจแล้ว เว็ทซินโนน่ายังสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการจัดงานในรูปแบบ Carbon Neutral Event รายแรกในวงการสัตว์เลี้ยงไทย โดยมีการชดเชยคาร์บอนผ่านโครงการป่าไม้ T-VER เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง
สำหรับเป้าหมายระยะยาว บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 ซึ่งจะเป็นวาระครบรอบ 9 ปีของบริษัท และพร้อมที่จะเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากลต่อไป
ข้อมูลประกอบตลาดสัตว์เลี้ยง: ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยในปี 2569 จะทะลุ 1 แสนล้านบาท โดยกลุ่มผู้เลี้ยงแบบ Pet Humanization มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 50,000 บาทต่อตัวต่อปี ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจนวัตกรรมสัตว์เลี้ยงในอนาคต

















