กรุงเทพฯ (9 มีนาคม 2569) – บมจ.ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ หรือ TFM ผู้นำอินดัสทรีอาหารสัตว์น้ำไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง 8-10% มุ่งขยายส่วนแบ่งการตลาดผ่านกลยุทธ์นวัตกรรมและ “Smart & Sustainable Farming” หลังปิดงบปี 2568 ด้วยตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมตอบแทนผู้ถือหุ้นด้วยเงินปันผลรวมทั้งปี 0.60 บาทต่อหุ้น
เจาะกลยุทธ์ปี 69: เน้น Product Mix และนวัตกรรมนำตลาด
นางสาวปิยนุช มริตตนะพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) ของ TFM เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายไว้ที่ 8-10% โดยจะเน้นการรุกตลาดอาหารกุ้งและอาหารปลากะพง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูงและบริษัทมีความเชี่ยวชาญเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ
กลยุทธ์หลักคือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างแม่นยำ เพื่อรักษาระดับ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ในกรอบ 18-20% นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอาหารปลาน้ำจืดชนิดอื่นๆ เพื่อสร้าง New S-Curve ในอนาคต
นวัตกรรมและพอร์ตต่างประเทศ: New Growth Engine
หัวใจสำคัญของการเติบโตในปีนี้คือการต่อยอดความสำเร็จของ “อาหารลูกกุ้ง 1S และ 2S” ที่เพิ่งคว้ารางวัล Outstanding Innovative Company Awards มาได้ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรารอดและประสิทธิภาพการเลี้ยงให้กับเกษตรกร
ในส่วนของตลาดต่างประเทศ แม้รายได้หลักกว่า 80% จะมาจากในประเทศ แต่ TFM กำลังเร่งปรับพอร์ตเพื่อผลักดันตลาดต่างประเทศให้เป็นเครื่องยนต์ตัวใหม่ โดยเฉพาะใน อินโดนีเซีย และ เอกวาดอร์ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นและการส่งออกผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียม
ยกระดับความยั่งยืนด้วยมาตรฐานระดับโลก
TFM ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านความยั่งยืน โดยเป็นบริษัทแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรอง ASC Feed Standard พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยพลังงานสะอาด ทั้งการติดตั้ง Solar Rooftop การใช้รถยกไฟฟ้า (Electric Forklift) และพลังงานชีวมวล (Biomass) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
ย้อนรอยปี 65: สถิติ New High และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
ผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา TFM สร้างปรากฏการณ์ New High ด้วย รายได้รวม 6,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% และมี กำไรสุทธิเติบโตถึง 36.9% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำและการบริหารจัดการภายในที่ยอดเยี่ยม โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) สูงถึงเกือบ 29%
จากผลประกอบการที่ยอดเยี่ยม คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังอีก 0.30 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับงวดระหว่างกาล ทำให้ทั้งปี 2568 จ่ายปันผลรวม 0.60 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Payout Ratio สูงถึง 81.8% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD และจ่ายปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2569 นี้ (หลังผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น 7 เม.ย. 69)
บทวิเคราะห์ทิ้งท้าย: การเคลื่อนไหวของ TFM ในปี 2569 นี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวเข้าสู่ยุค Sustainable Food ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนจับตามองหุ้นตัวนี้ในฐานะ Dividend Stock ที่เติบโตอย่างมั่นคง

















