วันเสาร์ 26 กันยายน 2026
หน้าแรก Headline “พิพัฒน์” เร่งเดินหน้าดึง “ดิสนีย์แลนด์” ปักหมุดในไทย การันตีทำได้จริง บนพื้นที่ EEC

“พิพัฒน์” เร่งเดินหน้าดึง “ดิสนีย์แลนด์” ปักหมุดในไทย การันตีทำได้จริง บนพื้นที่ EEC

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมทั้งยังเป็นผู้กำกับดูแลเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้า ของแผนเมกะโปรเจกต์ “ดิสนีย์แลนด์” (Disneyland) ในประเทศไทยว่ามีความเป็นไปได้จริง หลังจากที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับ EEC ได้เริ่มมีการศึกษารายละเอียดรูปแบบการลงทุนไว้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน (Public-Private Partnership, PPP) บนพื้นที่เขต EEC เป็นหลัก

นายพิพัฒน์ ได้กล่าวถึงเมกะโปรเจกต์นี้เอาไว้ว่า“แนวคิดในครั้งนี้ มีจุดประสงค์หลักก็เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ EEC ของเรา ซึ่งครอบคลุมทั้งในส่วนของจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลักดันให้ EEC กลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกเช่นกัน”

โดยนอกจากการปั้นแผนเมกะโปรเจกต์ในครั้งนี้ นายพิพัฒน์ ยังได้เน้นย้ำถึงแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา ที่จะมีการดำเนินควบคู่กันไปด้วย อย่างโครงการสนามฟุตบอลบนความจุ 80,000 ที่นั่ง สำหรับรองรับการแข่งขัน และการจัดคอนเสิร์ตระดับโลก รวมถึงสนามกีฬาในร่มความจุ 30,000 ที่นั่ง และสระว่ายน้ำระดับมาตรฐานโลก เพื่อให้เกิดการผลักดันการท่องเที่ยว ด้วยมหกรรมกีฬาในประเทศไทย (Sport Tourism) ไปพร้อมกับโปรเจกต์ Disneyland อีกด้วย

ทั้งนี้ หากโครงการทั้งหมดสามารถดำเนินตามแผนการที่วางไว้ได้สำเร็จนั้น ก็จะส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงระดับโลก รวมทั้งเป็นพื้นที่แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะมี Disneyland ซึ่งคาดว่าจะเป็นการช่วยดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศได้ สืบเนื่องจากมนต์เสน่ห์ ของ Disneyland ที่เปรียบเสมือน “แม่เหล็ก” ขนาดยักษ์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการเจาะจงเข้ามาเยือนโดยเฉพาะ อีกทั้งจะยังช่วยกระตุ้นทั้งในส่วนของยอดการจองโรงแรมบริเวณใกล้เคียง ยอดขายอาหาร หรือการเพิ่มยอดช็อปปิงสินค้าต่าง ๆ เป็นต้น โดยนายพิพัฒน์เชื่อว่า ประเทศไทยเองมีความได้เปรียบในหลาย ๆ ด้าน เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั้งในแง่ของทำเลที่ตั้ง ระบบบริการ และสภาพอากาศที่เอื้อต่อการท่องเที่ยว เป็นต้น

นอกจากนี้ ด้วยประสบการณ์ของนายพิพัฒน์ ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และผู้ถือหุ้นอันดับที่ 3 ของบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในส่วนของตลาดการเงิน และตลาดทุนเป็นอย่างดี  รวมถึงประสบการณ์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เป็นผู้ริเริ่มโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox) โครงการนำร่องเพื่อเปิดประเทศและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ณ ช่วงวิกฤติโควิด 19 ที่ถือว่าประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้หมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจกว่า 5 หมื่นล้านบาทภายในช่วงระยะเวลาเพียง 8 เดือนนั้น จึงทำให้มีความมั่นใจได้ว่าเมกะโปรเจกต์ดังกล่าว จะยังคงบรรลุเป้าหมายต่อไปได้ หากนายพิพัฒน์และคณะทำงานยังคงได้รับโอกาสดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีสมัยถัดไป เพื่อให้การสานต่อแผนงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จตามที่ตั้งเป้าเอาไว้