เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๘ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยร่วมกับการเคหะแห่งชาติ จัดพิธีวางศิลาฤกษ์“สนามเด็กเล่นมิตรภาพอิสราเอล-ไทย” ณ บ้านเอื้ออาทร บางใหญ่ (วัดพระเงิน) จังหวัดนนทบุรี อย่างเป็นทางการโครงการบ้านเอื้ออาทร บางใหญ่ (วัดพระเงิน) อยู่ภายใต้การดูแลของการเคหะแห่งชาติ มีผู้อยู่อาศัยประมาณ ๗,๐๐๐ คน
ในจำนวนนี้เป็นเด็กและเยาวชนประมาณ ๑,๕๐๐ คน สนามเด็กเล่นที่ทุกคนเข้าถึงได้แห่งนี้ ซึ่งจะเป็นแห่งแรกในจังหวัดนนทบุรี จะสร้างขึ้นบนพื้นที่อเนกประสงค์ขนาด ๓๖๐ ตารางเมตร โดยสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลเป็นผู้จัดหาเครื่องเล่นและดูแลการติดตั้ง
อิสราเอลได้รับการขนานนามว่าเป็น “ประเทศแห่งสตาร์ทอัพ” และมีชื่อเสียงระดับโลกในด้านนวัตกรรมและความเป็นผู้นำในการส่งเสริม “การอยู่ร่วมกันอย่างไม่แบ่งแยกและคนพิการสามารถมีส่วนร่วมได้” การเล่นถือเป็นส่วนสำคัญของความสุขในวัยเยาว์ เด็กที่มีความพิการสมควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันในการเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ภายในชุมชนของตน และในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างสำหรับสมาชิกชุมชนทุกคน
สนามเด็กเล่นเพื่อทุกคนนี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้เด็กๆ รวมถึงเด็กที่มีความพิการ สามารถเข้าถึงพื้นที่เล่นได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน ความริเริ่มนี้สะท้อนถึงหลักการของการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นคุณค่าที่หยั่งรากลึกในสังคมอิสราเอล ซึ่งสนับสนุนความเท่าเทียมและโอกาสสำหรับทุกคนในชุมชน โครงการนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศอิสราเอลและประเทศไทย ทั้งในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล และระหว่างประชาชนชาวไทยและชาวอิสราเอล
พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๘ โดยได้รับเกียรติจากนายทวีพงศ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ
ดร. วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ทูตอารยสถาปัตย์ นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล รวมถึงสมาชิกชุมชนบ้านเอื้ออาทร บางใหญ่ (วัดพระเงิน) เข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างอบอุ่น
ในพิธีดังกล่าว เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย นางออร์นา ซากีฟ กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า “โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เด็กๆ และครอบครัวสามารถเข้าถึงได้ เป็นสนามเด็กเล่นเพื่อทุกคนแห่งแรกในจังหวัดนนทบุรี ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบให้นำไปสร้างตามชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อให้มีเครื่องเล่นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนและชุมชนโดยรอบอีกด้วย”
















