“มะพร้าวน้ำหอมแปดริ้ว” หวานที่สุดในไทย ARDA สนับสนุนทุนวิจัย

มะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดในและต่างประเทศต้องการ แต่ปัญหาสำคัญคือรสชาติ และระดับความหวานที่ไม่สม่ำเสมอ อีกทั้งผลผลิตจำนวนไม่น้อย ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการส่งออก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จึงได้สนับสนุนวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี รศ.ดร.ศิวเรศ อารีกิจ เป็นหัวหน้าโครงการฯ พัฒนาเทคโนโลยีจีโนมิกส์และเครื่องหมาย DNA (SNP) วิเคราะห์พันธุกรรมมะพร้าว 129 สายพันธุ์จากทั่วประเทศ
จากงานวิจัยพบว่า  “มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์แปดริ้ว”  พันธุ์พื้นเมืองของ จ.ฉะเชิงเทรา มีระดับความหวานถึง 9 องศาบริกซ์ สูงกว่ามาตรฐานส่งออกทั่วไป ที่กำหนดระดับความหวานไว้ที่ 5.5-8.0 องศาบริกซ์  ซึ่งผลทดสอบผู้บริโภค“มะพร้าวแปดริ้ว” ได้รับความพึงพอใจสูงสุดเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ๆ  จึงกลายเป็น “มะพร้าวน้ำหอมหวานพิเศษ” และมีจุดแข็ง ได้รับการการันตี DNA แท้ 100% จากเทคโนโลยี SNP Marker ทำให้คัดเลือกสายพันธุ์ที่มียีนหอมและยีนหวานอยู่ในต้นเดียวกันได้อย่างแม่นยำ
ซึ่งงานวิจัยในครั้งนี้ เลือกสวน”COCO COWBOY”  อ.คลองเขื่อน จ ฉะเชิงเทรา ของ  น.ส. ยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ เป็นสวนมะพร้าวต้นแบบ  ซึ่งสามารถผลิตมะพร้าวน้ำหอมพรีเมียม ทั้งผลสด มะพร้าวเผา และแปรรูป การสร้างเอกลักษณ์ของมะพร้าวน้ำหอมแปดริ้วด้วยนวัตกรรม  เน้นการจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก สามารถจำหน่ายผลสดได้ราคาเฉลี่ยลูกละ 20-40 บาท
นอกจากการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดี ARDA ยังได้พัฒนาสูตรปุ๋ยเฉพาะสำหรับมะพร้าวน้ำหอม และพัฒนาโดรนฉีดพ่นสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในสวนมะพร้าว โดยร่วมกับสมาคมอารักขาพืชไทย ลงนามความร่วมมือ LOI ร่วมทำงานวิจัยสวนมะพร้าว ภายใต้ “โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้ให้บริการโดรนกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว (Service Provider)”
ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจวบ ชุมพรและนครศรีธรรมราช มี  คุณสมศักดิ์ สมานวงศ์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย เป็นหัวหน้าโครงการฯ
สำหรับการจัดการแมลงศัตรูพืช มีการใช้โดรน ที่สามารถฉีดพ่นระหว่างพุ่มใบของมะพร้าวเพื่อกำจัดศัตรูพืชได้อย่างตรงจุดด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติ แม่นยำ ยกระดับการกำจัดศัตรูมะพร้าวได้มากถึง 7 ชนิด โดยเฉพาะ หนอนหัวดำ ศัตรูพืชที่สร้างความเสียหายสะสมต่อเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท/ปี
โครงการวิจัยฯ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร รวมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ เกษตรกรเข้าร่วมกว่า 300 ราย แบ่งเป็นกลุ่มปลูกมะพร้าวน้ำหอมในฉะเชิงเทรา 600 ไร่ และกลุ่มมะพร้าวแกงในพื้นที่ภาคใต้ 2,400 ไร่
   นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งส่งเสริมผู้ให้บริการโดรนเกษตร (Service Provider) ในระดับชุมชน ด้วยการอบรมนักบินโดรนเกษตรรุ่นใหม่และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ใช้งานได้จริง ตั้งเป้าเพิ่มกำไรสุทธิให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้ไม่น้อยกว่า 20% จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือป้องกันศัตรูพืช แต่ยังเป็นกลไกสำคัญยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ระบบแม่นยำ ที่สร้างทั้งรายได้ได้อย่างยั่งยืน