กรมส่งเสริมสหกรณ์ จับมือ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ยกระดับภาคเกษตรไทยสู่ยุค “เกษตรแม่นยำ”เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร)ไทย” นำร่องติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยอัจฉริยะในสหกรณ์การเกษตร 5 แห่งในจังหวัดอุดรธานี มุ่งแก้ปัญหาวิกฤตปุ๋ยแพงและภาวะดินเสื่อมโทรม

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ ว่าด้วย “การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนด้านเกษตรกรรม และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด” ระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ว่าโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร)ไทย” เป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนด้านเกษตรกรรม โดยดึงจุดแข็งของทั้ง 7 หน่วยงานข้างต้นมาบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยการกำหนดสูตรปุ๋ย และการคัดเลือกวัตถุดิบ จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) การสนับสนุนข้อมูลด้านทรัพยากรดินและการวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพและเคมีของดินจากกรมพัฒนาที่ดิน การให้คำปรึกษาด้านกระบวนการผลิต ความต้องการธาตุอาหารจากกรมวิชาการเกษตร การถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีและการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมของกรมส่งเสริมการเกษตร ตลอดจนการสนับสนุนด้านสินเชื่อและเงินทุนจาก ธ.ก.ส. เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีแบบเฉพาะเจาะจงที่เหมาะสมกับสภาพดินของแปลงปลูกแต่ละพื้นที่
โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ในความร่วมมือครั้งนี้ว่า กรมฯรับผิดชอบในเรื่องการสนับสนุนประสานงานและคัดเลือกสหกรณ์การเกษตรที่มีศักยภาพจำนวน 15 แห่งในพื้นที่เป้าหมาย 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี เชียงราย และนครราชสีมา เพื่อนำเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ดินเพื่อกำหนดสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมแล้วไปประยุกต์ใช้จริง ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ นอกจากนี้ กรมฯ จะเข้าไปดูแลและสนับสนุนการบริหารจัดการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การควบคุมต้นทุน การกระจายปุ๋ยคุณภาพให้ถึงมือสมาชิก ไปจนถึงการวิเคราะห์ความคุ้มค่าและผลกำไร เพื่อยกระดับให้สหกรณ์สามารถต่อยอดนวัตกรรมนี้เป็นธุรกิจที่สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนได้ในระยะยาว
“กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ ผ่านกลไกของสหกรณ์การเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของชุมชนในการนำนวัตกรรมส่งตรงถึงมือเกษตรกร โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยอัจฉริยะในสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.อุดรธานี จำกัด 2.สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด 3.สหกรณ์การเกษตรเมืองหนองหาน จำกัด 4.สหกรณ์การเกษตรสร้างคอม จำกัด และ 5.สหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ จำกัด” ทั้งหมดนี้เพื่อให้สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนในการผลิตปุ๋ยใช้เองได้อย่างรวดเร็วและได้มาตรฐาน” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร)ไทย” ในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ปัจจุบันกำหนดจังหวัดและสหกรณ์เป้าหมายได้แล้ว จำนวน 15 สหกรณ์ ในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยมีรายละเอียด ดังนี้
จังหวัดอุดรธานี : ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนดำเนินการติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติใน 5 สหกรณ์นำร่อง ได้แก่ สกต.อุดรธานี จำกัด, สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด, สหกรณ์การเกษตรเมืองหนองหาน จำกัด, สหกรณ์การเกษตรสร้างคอม จำกัด และสหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ จำกัด ซึ่งจะดำเนินการติดตั้งเสร็จสิ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ขณะที่การจัดเตรียมห้องปฏิบัติการ การส่งมอบชุดวิเคราะห์ดิน รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และอบรมบุคลากรสหกรณ์ให้สามารถใช้งานเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
จังหวัดเชียงราย : ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อม 5 สหกรณ์นำร่อง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย จำกัด, สหกรณ์การเกษตรพญาเม็งราย จำกัด, สหกรณ์การเกษตรเมืองพาน จำกัด, สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด และสหกรณ์การเกษตรแม่จัน จำกัด ซึ่งขณะนี้ทุกสหกรณ์ได้ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและรับชุดวิเคราะห์ดินจากกรมพัฒนาที่ดินแล้ว โดยมีกำหนดเตรียมลงพื้นที่ติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติแก่สหกรณ์ทั้ง 5 แห่งภายในเดือนธันวาคม 2569
จังหวัดนครราชสีมา : ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งประสานงานกับสหกรณ์จังหวัด เพื่อคัดเลือกสหกรณ์การเกษตรที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการอีก 5 แห่งให้ครบตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยจะเร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติให้เสร็จสิ้น ภายในเดือนมกราคม 2570

“กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตปุ๋ยราคาแพง ซึ่งเป็นภาระต้นทุนหลักของพี่น้องเกษตรกรมาอย่างยาวนาน โดยเชื่อมั่นว่าการผลักดันเทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดผ่านกลไกความเข้มแข็งของสหกรณ์จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกวิกฤต ช่วยลดต้นทุนการผลิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ก้าวสู่การทำเกษตรกรรมที่มั่นคงและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวย้ำทิ้งท้าย

















