กรุงเทพฯ, 29 ตุลาคม 2569 – ประเทศไทยแสดงศักยภาพบนเวทีอวกาศระดับภูมิภาค ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม Asia-Pacific Regional Space Agency Forum ครั้งที่ 32 (APRSAF-32) เวทีความร่วมมือด้านอวกาศระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานอวกาศ ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ นักวิจัย และพันธมิตร ได้ร่วมแลกเปลี่ยนทิศทางและพัฒนาความร่วมมืออย่างยั่งยืน ที่จัดระหว่างวันที่ 26–28 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และวันที่ 29–30 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ฮอลล์
ภายใต้แนวคิด Bridging the Asia-Pacific: Advancing a Trusted and Inclusive Space Future โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (มหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ กระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (MEXT) ประเทศญี่ปุ่น และ องค์การสำรวจอวกาศแห่งประเทศญี่ปุ่น (JAXA) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) กล่าวว่า “สำหรับ APRSAF เป็นการกลับมาจัดงานที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 16 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมอวกาศที่ทรงคุณค่า เชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับระดับนานาชาติ ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงการปฏิบัติจริง ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อรับมือภัยพิบัติ การพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยร่วม ตลอดจนการใช้อวกาศอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน นอกจากนี้ การจัดงานในประเทศไทยยังช่วยเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าร่วมได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการขยายโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

โดยกิจกรรม APRSAF-32 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Bridging the Asia-Pacific: Advancing a Trusted and Inclusive Space Future หรือ การเชื่อมโยงเอเชีย-แปซิฟิก ขับเคลื่อนอนาคตแห่งอวกาศที่ได้รับความไว้วางใจและครอบคลุมทุกภาคส่วน อันมีความสำคัญใน 3 มิติ คือ การเชื่อมโยงเอเชีย-แปซิฟิก (Bridging the Asia-Pacific) เป็นการส่งเสริมการบูรณาการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ในหมู่สมาชิก แต่ยังเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเข้ากับประชาคมอวกาศระดับโลก การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และทรัพยากรบุคคลเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมถึงกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต่อมาคือ ความไว้วางใจ (Trusted) ในเวทีโลกที่มีความเปราะบางและแบ่งแยกมากขึ้น อวกาศได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางบริบทนี้ การสร้างความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์จึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง ความไว้วางใจเรียกร้องให้ก้าวข้ามการแข่งขันไปสู่ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือซึ่งกันและกัน และการยึดมั่นในบรรทัดฐานระหว่างประเทศ การมุ่งมั่นในการหารือที่เปิดกว้างและการดูแลขีดความสามารถทางอวกาศอย่างมีความรับผิดชอบ ในมิติสุดท้าย คือ อนาคตแห่งอวกาศที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน (An Inclusive Space Future) อวกาศไม่ใช่โดเมนผูกขาดขององค์กรหลักเพียงไม่กี่แห่งอีกต่อไป การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมหมายความว่าAPRSAF-32 เป็นเวทีที่แท้จริงสำหรับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ ภาคอุตสาหกรรมเดิมที่มีอยู่ สถาบันการศึกษา เยาวชน และภาคประชาสังคม ที่จะได้เข้ามาร่วมโต๊ะและร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตทางอวกาศของเรา
เวที APRSAF-32 แห่งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนเจตนารมณ์แห่งการมีส่วนร่วมให้กลายเป็นการปฏิบัติจริง ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนคือความร่วมมือกับงานThailand Space Expo โดยมีการจัดนิทรรศการร่วมกันและการเสวนาแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงภารกิจของภาครัฐเข้ากับนวัตกรรมเชิงพาณิชย์นอกจากนี้ รวมถึงการผนึกกำลังกับการประชุม Moon Village Association Symposium ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงโครงการสังเกตการณ์โลกและวงโคโดรระดับต่ำของภูมิภาค เข้ากับการสำรวจดวงจันทร์ซึ่งเป็นพรมแดนขั้นต่อไปโดยตรง”
“การขับเคลื่อนทั้งในระดับนโยบายและระดับผู้เชี่ยวชาญจึงทำให้ APRSAF-32 มีเป้าหมายไปไกลกว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในห้องประชุม แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับความร่วมมือที่จะเดินหน้าต่อหลังการประชุม ทั้งการใช้ข้อมูลอวกาศเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ การพัฒนาเทคโนโลยีและงานวิจัย การพัฒนามาตรฐานที่เอื้อต่อการทำงานข้ามประเทศ ตลอดจนการสร้างบุคลากรและเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านอวกาศของภูมิภาค
สำหรับประเทศไทย ในบทบาทการเป็นเจ้าภาพการจัดงานในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของประเทศผ่านบทบาท “ผู้เชื่อม” ทั้งในเชิงนโยบาย เทคโนโลยี องค์ความรู้ และบุคลากร เชื่อมอาเซียนเข้ากับเครือข่ายอวกาศระดับโลก และเชื่อมเทคโนโลยีอวกาศเข้ากับโจทย์การพัฒนาที่เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่การรับมือภัยพิบัติและสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการสร้างคนและงานวิจัยสำหรับอนาคต” ดร. ปกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

















