วันพฤหัสบดี 15 ตุลาคม 2026
หน้าแรก วิถีสุขภาพ ปอดอักเสบจาก RSV ติดได้ทุกวัย ผู้สูงอายุ 50+ มีโรคร่วม เสี่ยงปอดอักเสบรุนแรง อาจกระตุ้นโรคหัวใจให้กำเริบ

ปอดอักเสบจาก RSV ติดได้ทุกวัย ผู้สูงอายุ 50+ มีโรคร่วม เสี่ยงปอดอักเสบรุนแรง อาจกระตุ้นโรคหัวใจให้กำเริบ

แม้ “โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV” มักถูกมองว่าเป็นโรคที่เกิดในเด็ก แต่แพทย์เตือนว่า โรคปอดอักเสบจากเชื้อ RSV พบได้ตลอดทั้งปีและติดเชื้อได้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีโรคร่วม มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงและภาวะแทรกซ้อนทั้งทางปอดและหัวใจ ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัว ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต5 กลุ่มเสี่ยงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการป้องกันโรค

รศ. พญ.ยุดา สุธีรศานต์ หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤตระบบการหายใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า RSV อาการระยะแรกมักคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ คัดจมูก ไอ มีเสมหะ และเจ็บคอ จึงแยกจากไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 ได้ยาก RSV ติดได้ทุกช่วงอายุ ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรงก็สามารถติดเชื้อได้ กลุ่มที่น่ากังวล ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปและมีโรคร่วม เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต หรือโรคเบาหวาน เพราะหากติดเชื้อมีโอกาสเกิดปอดอักเสบรุนแรง เมื่อเชื้อลงปอดอาจจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล หรือเข้ารับการรักษาใน ICU

“ความรุนแรงของ RSV ในผู้สูงอายุไม่ใช่แค่ปอดอักเสบ แต่อาจกระตุ้นโรคหัวใจให้กำเริบ หากเชื้อลงปอดอาจทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง ต้องได้รับออกซิเจนหรือเครื่องช่วยหายใจ และอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ขณะเดียวกันการติดเชื้อยังสามารถกระตุ้นโรคประจำตัวเดิมให้กำเริบ โดยเฉพาะโรคปอดและโรคหัวใจ เช่น หอบหืดหรือถุงลมโป่งพองกำเริบ รวมถึงหัวใจล้มเหลวและหัวใจเต้นผิดจังหวะ”

รศ. พญ.ยุดา ยกตัวอย่างกรณีผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคถุงลมโป่งพองอยู่เดิม เมื่อติดเชื้อ RSV มีอาการรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลหลายสัปดาห์และเกือบต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เมื่อกลับบ้านกลายเป็นต้องนอนติดเตียงอยู่ระยะหนึ่ง และใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัว อีกทั้งโรคถุงลมโป่งพองเดิมก็มีอาการกำเริบบ่อยขึ้น ขณะที่อีกกรณีเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือด เมื่อติดเชื้อ RSV กลับเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและหัวใจเต้นผิดจังหวะ จนต้องเข้ารับการรักษาใน ICU และใช้เครื่องช่วยหายใจ แม้ไม่ได้มีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัวมาก่อน

รศ. พญ. ยุดา กล่าวเสริมว่า “จากข้อมูลพบว่า ผู้สูงอายุที่ต้องนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อ RSV มีโอกาสเสียชีวิตได้สูงกว่าเด็กเล็กถึง 10 เท่า ภาวะแทรกซ้อนสำคัญ ได้แก่ ปอดอักเสบรุนแรง การติดเชื้อแทรกซ้อน รวมถึงภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ อาการรุนแรงหรือต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน อาจทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียสมรรถภาพและความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง โดยบางรายอาจต้องนอนติดเตียง แม้พ้นระยะวิกฤตแล้ว และใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัวกลับมามีสมรรถภาพใกล้เคียงเดิม”

ทั้งนี้ กลุ่มผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไปที่ต้องนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อ RSV มีโอกาสเสียชีวิตได้สูงกว่ากลุ่มเด็กเล็กอายุ 2-5 ปี

รศ. พญ. ยุดา กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย การติดเชื้อ RSV พบได้ตลอดทั้งปี แต่พบมากขึ้นในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว โดยเชื้อแพร่ผ่านการไอหรือจามและการสัมผัสใกล้ชิด ผู้สูงอายุจึงอาจรับเชื้อจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนที่อาจมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ การป้องกันทำได้ด้วยการสวมหน้ากากในสถานที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ

นอกจากนี้ ปัจจุบันมีวัคซีนปอดอักเสบจาก RSV สำหรับผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการป้องกัน ซึ่งวัคซีนสามารถป้องกัน RSV ได้ทั้งสายพันธุ์ A และ B ทั้งนี้ พิจารณาการฉีดวัคซีนในผู้ที่อายุ 75 ปีขึ้นไปทุกคน หรือผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปและมีโรคร่วม เช่น โรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง หรือโรคเบาหวานที่มีการทำลายของอวัยวะอื่น โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และสามารถฉีดได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงช่วงฤดูระบาด

รศ. พญ. ยุดา ยกตัวอย่างการฉีดวัคซีนว่า มีผู้ป่วยสูงอายุรายหนึ่งที่มีโรคหอบหืดและมีหลานวัยเรียน แพทย์ได้แนะนำให้รับวัคซีนปอดอักเสบจาก RSV เป็นอีกทางเลือกในการป้องกัน โดยประมาณ 2 เดือนหลังรับวัคซีน สมาชิกหลายคนในครอบครัวติดเชื้อ RSV และมีอาการค่อนข้างมาก ขณะที่ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีอาการ สะท้อนความสำคัญของการวางแผนป้องกันล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคร่วมและมีโอกาสสัมผัสเชื้อจากคนในครอบครัว

“โรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV อาจเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่สำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคร่วม การติดเชื้ออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทั้งปอดและหัวใจ รวมถึงส่งผลต่อสมรรถภาพร่างกายในระยะยาวการรู้จักวางแผนป้องกันตั้งแต่ก่อนติดเชื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดโอกาสเกิดโรครุนแรงและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ” รศ. พญ. ยุดา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับวิธีป้องกันและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ RSV: หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างจากผู้ที่เป็นโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ กรุณาปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ เภสัชกร และพยาบาล เป็นต้น

 

#####

เอกสารอ้างอิง

  1. CDC; 2025; Clinical Overview of RSV. (Retrieved September 14, 2026). From https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical- overview/index.html
  2. Woodruff R;JAMA Intern Med;2024;184;602-611
  3. Wee LE;European Journal of Preventive Cardiology;2025;1-15
  4. Colosia AD;PLOS ONE;2017;12;1-20
  5. Branche AR;Influenza Other Respir Viruses;2022;16;1151-1160
  6. WHO; 2025; Respiratory syncytial virus (RSV) (Retrieved September 14, 2026) https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/respiratory-syncytial-virus-%28rsv%29
  7. CDC; 2026; Symptoms and Care of RSV. (Retrieved September 14, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/symptoms/index.html
  8. Ivey KS, J Am Coll Cardiol. 2018, 71(14):1574-1583
  9. Bhattacharya S; Mol Aspects Med. 2021;81:101000
  10. CDC; 2025; About RSV. (Retrieved September 14, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/about/index.html
  11. Godefroy R;Open Forum Infectious Diseases;2020;1-4
  12. Chen CY; Sci Rep. 2023;13(1):6941
  13. Bezati S; Heart Fail Rev. 2023;28(4):893-904
  14. Prasad N;Clinical Infectious Diseases;2021;73;e158-e163
  15. Penders Y;Current Allergy and Asthma Reports;2025;25;1-16
  16. Malpuru S;Influenza Other Respir Viruses;2022;16(6):1172-1182
  17. Khaing W;Influenza and Other Respiratory Viruses;2024;18;1-11
  18. CDC; 2026; RSV in Adults. (Retrieved September 14, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/adults/index.html
  19. Kim T;Open Forum Infectious Diseases;2023;1-10
  20. Thongpan I;PeerJ;2019;7:e6748
  21. Thongpan I;Scientific Reports;2020;10(1):10931
  22. CDC; 2026; How RSV Spreads. (Retrieved September 14, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html
  23. CDC; 2025; Masks and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved September 14, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/masks.html
  24. CDC; 2025; About Physical Distancing and Respiratory Viruses. (Retrieved September 14, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/physical-distancing.html
  25. CDC; 2025; Hygiene and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved September 14, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/hygiene.html
  26. สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. (2569). คําแนะนําการให้วัคซีนป้องกันโรคสําหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุปี พ.ศ. 2569. เข้าถึงเมื่อ 14 กันยายน 2569. เข้าถึงได้จาก https://idthai.org/Contents/Views/?d=!17!9!!1099!
  27. Papi A;N Engl J Med;2023;388;595-608
  28. Walsh EE;N Engl J Med;2023;388;1465-1477
  29. Martin SA; Exerc Sport Sci Rev. 2009;37(4):157-64
  30. Munteanu C;Frontiers in Nutrition;2022;9;1-23