ตุลาคม 2569 – จะเป็นอย่างไร หากการเดินทางไม่ได้มอบเพียงประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว แต่ยังสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
ในเขตเซียก จังหวัดเรียว ประเทศอินโดนีเซีย โครงการ Siak Eco Wonders นำความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำเซียก วัฒนธรรมมลายู อาหารพื้นถิ่น และวิถีชีวิตของชุมชน มาพัฒนาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง (MSMEs) รวมถึงชุมชนในพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของเซียกให้คงอยู่ต่อไป
กระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก รวมถึงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีรายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้มากกว่า 80% เลือกจุดหมายปลายทางที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม ขณะที่มูลค่าตลาดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 1.037 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 14.45% ต่อปี จนมีมูลค่าแตะ 2.668 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574 อย่างไรก็ตาม หลายพื้นที่ยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่
เขตเซียก จังหวัดเรียว เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีศักยภาพดังกล่าว ทั้งจากแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชน มรดกทางประวัติศาสตร์ของชาวมลายู อาหารท้องถิ่น และวิถีชีวิตของผู้คนริมแม่น้ำ จากต้นทุนเหล่านี้จึงเกิดเป็น Siak Eco Wonders โครงการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่พัฒนาโดย Skelas ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรที่มีอยู่ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับชุมชน
จากศักยภาพของแม่น้ำ สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สร้างโอกาสให้ชุมชน
Siak Eco Wonders เริ่มต้นจากการนำแม่น้ำเซียก ซึ่งเดิมเป็นที่รู้จักในฐานะเส้นทางคมนาคมและศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชน มาต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยร่วมมือกับ Benteng Berdaulat และกลุ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน (Pokdarwis) พัฒนาเรือซัมปันหรือเรือพื้นบ้านให้เป็นมากกว่ายานพาหนะสำหรับข้ามฟาก แต่เป็นช่องทางให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเมืองเซียกผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด
เทาฟิก นูร์โรฮิม (Taufiq Nurrohim) ผู้พัฒนาธุรกิจของ Skelas กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวของเซียกให้เติบโตอย่างยั่งยืน “เรามองเห็นศักยภาพของเซียกอย่างมาก แต่ที่ผ่านมา ศักยภาพเหล่านี้ยังไม่ได้รับการบริหารจัดการและต่อยอดอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ทำอยู่ไม่ถูกต้อง แต่เพราะองค์ประกอบต่าง ๆ ยังไม่ได้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และยังไม่ได้นำมาจัดเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างเป็นระบบ”
ปัจจุบัน Siak Eco Wonders พัฒนาบริการหลายรูปแบบ ตั้งแต่แพ็กเกจสำหรับจัดประชุมและกิจกรรมรับประทานอาหารค่ำ ไปจนถึงแพ็กเกจท่องเที่ยว โดยกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการจัดประชุมมีจำนวนเฉลี่ย 30–40 คนต่อกลุ่ม และมีการจำหน่ายแพ็กเกจประมาณ 2 ครั้งต่อเดือน ให้แก่โครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) และหน่วยงานภาครัฐ ส่วนกิจกรรมรับประทานอาหารค่ำสามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ประมาณ 100 คนจากหลากหลายพื้นที่
สำหรับแพ็กเกจท่องเที่ยว โครงการมุ่งนำเสนอประสบการณ์ที่มากกว่าการเยี่ยมชมสถานที่ โดยนักท่องเที่ยวจะได้ปั่นจักรยานไม้เที่ยวชมเมืองเซียก ผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น พระราชวังเซียก มัสยิดซยาฮาบุดดิน และอาคารบาไล เกอราปาตัน (Balai Kerapatan)
อีกหนึ่งประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์คือการฟังเสียงดนตรีจากกล่องดนตรีโคเม็ต (Komet) เครื่องดนตรีหายากที่ตกทอดมาจากสุลต่านแห่งเซียก ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 2 เครื่องในโลก โดยจัดแสดงอยู่ในประเทศเยอรมนีและเมืองเซียก และเครื่องที่อยู่ในเซียกเป็นเครื่องเดียวที่ยังสามารถบรรเลงได้
นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจเยี่ยมชมศูนย์แปรรูปสับปะรด Pinaloka ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมเวิร์กช็อปทำขนมแนสตาร์ (Nastar) หรือคุกกี้สับปะรดที่ได้รับความนิยมในอินโดนีเซีย รวมถึงการเยี่ยมชม Alam Siak Lestari เพื่อเรียนรู้กระบวนการแปรรูปปลาช่อน ซึ่งเชื่อมโยงกับความพยายามในการอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่พรุ นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงในแม่น้ำเซียก ด้วยการร่วมออกวางอวนในช่วงบ่ายเมื่อน้ำเริ่มลดลง ก่อนกลับมาเก็บปลาในช่วงเช้า เพื่อเรียนรู้วิถีประมงพื้นบ้านอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของอาหาร Siak Eco Wonders เลือกสนับสนุนคนในชุมชนแทนการใช้บริการจัดเลี้ยงจากผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยอาหารทุกมื้อจัดเตรียมโดยชาวบ้านจากหมู่บ้าน Benteng Hulu พร้อมนำเสนอเมนูอาหารมลายูท้องถิ่น เช่น แกงปลาตินรสเปรี้ยวเผ็ด ปลาสลายรมควัน ปลาตาปะห์ และอาหารพื้นถิ่นที่เรียกว่า juara tumbuk
หนึ่งในประสบการณ์รับประทานอาหารที่โดดเด่นคือ makan beranyut ซึ่งเป็นประเพณีของชาวประมงที่รับประทานอาหารบนเรือซัมปันไปพร้อมกับปล่อยให้เรือล่องไปตามกระแสน้ำ สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผูกพันกับแม่น้ำมาอย่างยาวนาน

Skelas สนับสนุนการพัฒนา พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การพัฒนา Siak Eco Wonders ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่ต่อยอดจากประสบการณ์ที่ Skelas เคยให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงการบริหารจัดการ Siak River Land ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาหน่วยธุรกิจด้านการท่องเที่ยวนี้
Skelas ยังทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้การสนับสนุน กลุ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน (Pokdarwis) จากเขต Mempura และ Benteng Hulu ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากธนาคารอินโดนีเซีย (Bank Indonesia)
แนวคิดด้านความยั่งยืนถูกนำมาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยแพ็กเกจจัดประชุมและกิจกรรมรับประทานอาหารค่ำไม่มีการจัดเตรียมพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง พร้อมส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวนำแก้วน้ำส่วนตัวมาเอง หรือเลือกใช้แก้วกระดาษแทน
ขณะเดียวกัน เศษอาหารจากกิจกรรมรับประทานอาหารค่ำจะได้รับการจัดการร่วมกับวิสาหกิจชุมชน Sejahtera (Bumkam) ในเขต Mempura โดยนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย หรือแมลง BSF (Black Soldier Fly) เพื่อช่วยจัดการขยะอินทรีย์และลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด
เทาฟิกกล่าวว่า “เราต้องการให้การท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างง่าย ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมท่องเที่ยวสามารถดำเนินไปได้โดยไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับสิ่งแวดล้อม”
นอกจากนี้ Siak Eco Wonders ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนสายอาชีพที่กำลังศึกษาในสาขาการท่องเที่ยวเข้ามาฝึกประสบการณ์จริง โดยร่วมปฏิบัติงานเป็นพนักงานบริการในกิจกรรมรับประทานอาหารค่ำ ปัจจุบันมีนักเรียนเข้าร่วม 8 คน เพื่อเรียนรู้การทำงานจากสถานการณ์จริง
โครงการยังมีอาสาสมัครประมาณ 20 คนที่สลับกันเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ นับตั้งแต่ Siak Eco Wonders เริ่มดำเนินงานในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านม
ด้านการประชาสัมพันธ์ โครงการร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ในท้องถิ่นประมาณ 7 คน โดยเชิญให้ทดลองใช้บริการแพ็กเกจท่องเที่ยวและแบ่งปันประสบการณ์ผ่านช่องทางของตนเอง ขณะเดียวกัน เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนมากขึ้น ทั้งกลุ่มนักศึกษาจากญี่ปุ่นและมาเลเซีย รวมถึงนักเดินทางจากสิงคโปร

สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น มุ่งสู่การท่องเที่ยวที่ช่วยฟื้นฟูชุมชนและธรรมชาติ
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในเดือนกรกฎาคม Siak Eco Wonders มีรายได้สะสมประมาณ 21 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย ซึ่งฝากไว้ในบัญชีสำหรับการดำเนินงานของโครงการ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 15–20 คนต่อเดือน ขณะที่บริการเช่าจักรยานมีผู้ใช้บริการประมาณ 20–30 คนต่อสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม คุณค่าของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายได้ที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลางประมาณ 10 รายที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริการ Siak Eco Wonders ครอบคลุมธุรกิจอาหาร การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร และบริการขนส่งในท้องถิ่น
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังมีส่วนช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาด ทั้งในตัวเมืองและบริเวณคลองที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำเซียก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ชุมชนได้
แม้จะมีศักยภาพ แต่โครงการยังต้องเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะด้านราคาและการเดินทาง ปัจจุบันค่าที่พักเฉลี่ยในเซียกอยู่ที่ประมาณ 300,000 รูเปียห์อินโดนีเซียต่อคืน ทำให้การออกแบบแพ็กเกจท่องเที่ยวจำเป็นต้องนำเสนอคุณค่าและประสบการณ์ที่โดดเด่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวอินโดนีเซียและชาวต่างชาติ

สำหรับการเดินทางจากเมืองเปกันบารูมายังเซียก ใช้เวลาเดินทางทางบกประมาณ 2–3 ชั่วโมง ขณะที่นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและสิงคโปร์ต้องเดินทางต่อเนื่องทั้งทางน้ำและทางบก
แม้จะมีอุปสรรค แต่ Skelas มีแผนพัฒนา Siak Eco Wonders อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ การขยายความร่วมมือกับพันธมิตร และการพัฒนาที่พักแบบโฮมสเตย์ในบ้านมลายูดั้งเดิม โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เทาฟิกกล่าวทิ้งท้ายว่า “เราหวังว่าการท่องเที่ยวในเซียกจะไม่ใช่เพียงการขายทัศนียภาพ แต่จะเป็นกลไกที่ช่วยฟื้นฟูวัฒนธรรม อนุรักษ์ธรรมชาติ และสร้างงานให้กับคนในชุมชนด้วย”
Siak Eco Wonders จึงเป็นตัวอย่างของการนำการท่องเที่ยวมาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของ เศรษฐกิจฟื้นฟู (Restorative Economy) ที่ไม่ได้มุ่งสร้างรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ วัฒนธรรม และชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรและสร้างประโยชน์ให้แก่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน