นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยถึงแนวทางการเรียกร้องค่ าสินไหมทดแทนสำหรับประชาชนและผู้ เอาประกันภัยที่ได้รับความเสี ยหายจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิ น ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปในพื้นที่น้ำ ท่วมหรือพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดภั ยเพียงเพื่อถ่ายภาพหรือเก็บหลั กฐาน เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยแล้วจึ งตรวจสอบความคุ้ มครองตามกรมธรรม์ แจ้งเหตุไปยังบริษัทประกันภัย และเก็บหลักฐานความเสียหายเท่ าที่สามารถดำเนินการได้ โดยสำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทประกันภัยให้ เตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อม ตลอดจนรถยกและรถลากให้เพียงพอ เพื่อรองรับการแจ้งเคลมที่อาจมี จำนวนมากในช่วงหลังน้ำลด
สำหรับรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ขอให้ตรวจสอบก่อนว่ากรมธรรม์มี ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำ ท่วมหรือไม่ โดยประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสี ยหายจากน้ำท่วม ส่วนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่ามีความคุ้ มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้ หรือไม่ และสิ่งสำคัญคือ หากรถถูกน้ำท่วมอย่าเพิ่งสตาร์ ทรถ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ภายในรถได้รั บความเสียหายเพิ่มขึ้น เมื่อสามารถเข้าถึงรถได้อย่ างปลอดภัย ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอให้เห็ นสภาพรถทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ จากนั้นให้แจ้ง บริษัทประกันภัยโดยเร็ว พร้อมแจ้งข้อมูลกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย เพื่อให้บริษัท นัดหมายเข้าสำรวจและประเมิ นความเสียหาย
ทั้งนี้ หากขณะเกิดเหตุไม่สามารถถ่ ายภาพไว้ได้ หรือจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ ก่อน ไม่ควรเสี่ยงกลับเข้าไปเพียงเพื่ อเก็บหลักฐาน แต่ควรแจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่ อน และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้วจึ งรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพราะการพิจารณาค่าสิ นไหมทดแทนจะต้องพิจารณาจากข้ อเท็จจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้น และเงื่อนไขความคุ้ มครองตามกรมธรรม์เป็นสำคัญ ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนควรจำง่าย ๆ คือ “ความปลอดภัยมาก่อน–แจ้งบริษั ทไว้ก่อน – เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้” ในส่วนของ การประเมินความเสียหายรถยนต์ เครื่องยนต์สันดาป สำนักงาน คปภ. มีแนวทางพิจารณาตามระดับน้ำที่ เข้าถึงตัวรถ 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000 – 10,000 บาท ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะ ค่าซ่อมประมาณ 15,000 – 20,000 บาท ระดับ C น้ำท่วมถึงบริเวณด้านล่ างของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 25,000 –30,000 บาท ระดับ D น้ำท่วมถึงบริเวณด้ านบนของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป และระดับ E รถจมน้ำทั้งคัน ให้พิจารณาเป็นความเสียหายสิ้ นเชิง (Total Loss) โดยการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็ นไปตามเงื่อนไขของ กรมธรรม์ประกันภัย ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV จะต้องพิจารณาความเสี ยหายของแบตเตอรี่ร่วมกับความเสี ยหายของตัวรถ รวมทั้งข้อกำหนดของผู้ผลิ ตรถยนต์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่ นประกอบด้วย
สำหรับบ้าน ที่อยู่อาศัย อาคาร หรือทรัพย์สินที่ได้รับความเสี ยหายจากน้ำท่วม ให้ตรวจสอบกรมธรรม์ว่ามี ความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือภั ยน้ำท่วมและมีวงเงินความคุ้ มครองเท่าใด เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้วควรถ่ ายภาพหรือวิดีโอให้เห็นทั้ งภาพกว้างและรายละเอียดของบริ เวณที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงถ่ายภาพทรัพย์สินที่เสี ยหายเป็นรายชิ้น เช่น โครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และถ่ายให้เห็นระดับน้ำหรื อรอยคราบน้ำ พร้อมจัดทำรายการทรัพย์สินที่ ได้รับความเสียหายไว้ จากนั้นแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่ อให้ผู้สำรวจภัยเข้ าตรวจสอบและประเมินความเสียหาย โดยสำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทเร่งส่งผู้ สำรวจภัยเข้าพื้นที่เพื่ อตรวจสอบรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สิน และในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้ าถึงได้ให้ติดตามสถานการณ์ และเข้าดำเนินการทันทีเมื่ อสถานการณ์เอื้ออำนวย
เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เมื่อบริษัทประกันภั ยสามารถสำรวจและประเมินความเสี ยหายได้แล้ว สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทพิจารณาความคุ้ มครองและค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีความเสียหายรุ นแรงและรถยนต์ที่อาจเข้าข่าย Total Loss ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และ กรณีที่สามารถพิสูจน์ความเสี ยหายได้อย่างชัดเจน บริษัทพร้อมจ่ายค่าสิ นไหมทดแทนภายใน 7 วัน ส่วนกรณี Total Loss ให้ดำเนินการรวบรวมเอกสารไปพร้ อมกับการประเมินความเสียหาย และหากเป็นรถยนต์ที่ยังอยู่ ระหว่างการผ่อนเช่าซื้อ สำนักงาน คปภ. จะประสาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่ วยในการจัดส่งเอกสาร ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการชดใช้ ค่าสินไหมทดแทน
นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ ประชาชนสามารถติดต่อบริษัทประกั นภัยเพื่อแจ้งเคลมได้อย่ างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาช่ องทางติดต่อ สำนักงาน คปภ. ได้จัดทำ “ศูนย์รวมช่องทางเคลมประกันภั ยทุกบริษัท” รวบรวมช่องทางติดต่อบริษัทประกั นภัยไว้ในที่เดียว สามารถตรวจสอบได้ผ่าน เว็บไซต์สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้” ซึ่งผู้เอาประกันภัยยั งสามารถใช้ตรวจสอบข้อมู ลกรมธรรม์ประกันภัยของตนเอง รวมถึงสอบถามและขอคำปรึกษาด้ านการประกันภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถตรวจสอบความคุ้ มครองและเข้าสู่ กระบวนการเคลมได้สะดวกยิ่งขึ้น
“ช่วงหลังน้ำลดจะเป็นช่วงสำคั ญของการสำรวจและประเมินความเสี ยหาย จึงขอให้ผู้เอาประกันภัย อย่าเพิ่งกังวลหากยังมี เอกสารไม่ครบ หรือขณะเกิดเหตุไม่สามารถเก็ บหลักฐานได้ทั้งหมด ให้แจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยจึ งรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรนำชีวิ ตไปเสี่ยงเพื่อเก็บหลั กฐานการเคลม ส่วนบริษัทประกันภัยขอให้เตรี ยมความพร้อมในการรับแจ้งเหตุ ลงพื้นที่สำรวจ และพิจารณาค่าสินไหมทดแทนอย่ างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ได้รั บผลกระทบสามารถเข้าสู่ กระบวนการเคลมและได้รับการดู แลตามสิทธิและเงื่ อนไขของกรมธรรม์โดยเร็ว” เลขาธิการ คปภ. กล่าว
ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกั บความคุ้มครอง ไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัย หรือพบปัญหาในการเรียกร้องค่าสิ นไหมทดแทน สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อสอบถามข้อมูล ขอคำแนะนำ แจ้งปัญหา หรือขอความช่วยเหลือในช่ วงสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ และระบบ PPMS ของสำนักงาน คปภ. สำหรับการยื่นเรื่องร้องเรียน เพื่อลดภาระในการเดิ นทางของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เอกสารแนบมาตรการน้ำท่วม สอบถามข้อมูลด้านการประกันภัย เว็บไซต์สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th LINE Official Account @ OICCONNECT และสายด่วน คปภ. 1186
















