วันพฤหัสบดี 10 กันยายน 2026
หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ร่วมยกระดับมาตรการเชิงรุกด้านธุรกรรมผิดกฎหมาย

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ร่วมยกระดับมาตรการเชิงรุกด้านธุรกรรมผิดกฎหมาย

10 กันยายน 2569) นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ในฐานะประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) พร้อมด้วย สมาคมธนาคารไทย (TBA) สมาคมธนาคารนานาชาติ (AIB) สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน (TAFEXS) รวมถึง 6 สมาคมและชมรมของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank lender) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมขับเคลื่อน“กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน(Framework on Safeguarding the Financial Sector from Illicit Activities)”จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ในการป้องกันเชิงรุก ไม่ให้ภาคการเงินตกเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท เพื่อสร้างระบบที่มั่นคง ปลอดภัย น่าเชื่อถือ ปกป้องประชาชนจากความเสียหายจากการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด โดยมี นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และ นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวเปิดงานและแสดงทรรศนะต่อการป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด ณ ห้อง @BOT ชั้น 5 อาคารศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย

สำหรับหลักการความสำคัญของกรอบความร่วมมือ คือ การที่ทุกหน่วยงานต้องกำหนดให้ทิศทาง นโยบาย และธรรมาภิบาลองค์กรในการป้องกันไม่ให้มีการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด และเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการองค์กร รวมทั้งกำหนดแนวทางการป้องกันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีมาตรฐานขั้นต่ำที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจและต้องปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หน่วยงานที่เข้าร่วมจะนำความเชี่ยวชาญด้านข้อมูล เทคโนโลยี และศักยภาพที่เป็นจุดแข็ง มาใช้ประโยชน์สูงสุดในการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อความเสี่ยง ที่สำคัญ ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ รูปแบบกระทำผิด สัญญาณเตือนภัย รวมถึงแนวปฎิบัติที่ดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้รับมือกับธุรกรรมทุจริตที่ซับซ้อนและมักอาศัยช่องว่างทางกฎหมายระหว่างหน่วยงานเป็นเครื่องมือได้ดีขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการข้างต้น ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้สุจริตการเข้าถึงบริการทางการเงินไทย และความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว

ในส่วนบทบาทของสถาบันการเงินของรัฐ ภายใต้กรอบความร่วมมือครั้งนี้ คือการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและดิจิทัลแก่ประชาชนผ่านเครือข่ายชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เกษตรกร และประชาชนกลุ่มเปราะบาง และการยกระดับ KYC/CDD/EDD โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ สมาคมธนาคารไทย ภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน