วันพุธ 9 กันยายน 2026
หน้าแรก เกษตรพันธุ์ดี สุดยอดเนื้อโคเกรดพรีเมี่ยมจากฟาร์มเลี้ยงสู่โต๊ะอาหาร ยก “เนื้อโพนยางคำ” สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ฯโพนยางคำ

สุดยอดเนื้อโคเกรดพรีเมี่ยมจากฟาร์มเลี้ยงสู่โต๊ะอาหาร ยก “เนื้อโพนยางคำ” สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ฯโพนยางคำ

ขึ้นชื่อว่าสายเนื้อไม่มีใครไม่รู้จัก “เนื้อโพนยางคำ” สุดยอดผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุน ผลผลิตชั้นยอด จากแหล่งผลิตฟาร์มเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด สู่โต๊ะอาหารภัตตาคารทั่วไทยมากว่า 47 ปี ถือเป็นสหกรณ์การเลี้ยงสัตว์และแปรรูปเนื้อโคระดับแนวหน้าของประเทศ มีชื่อเสียงด้านการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “เนื้อโพนยางคำ”

สหกรณ์แห่งนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2523 ที่บ้านโพนยางคำ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อในพื้นที่ โดยการนำแม่พันธุ์โคพื้นเมืองไทยมาผสมกับพ่อพันธุ์สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ได้แก่ ชาโรเลส์และลิมูชิน จากประเทศฝรั่งเศส รวมถึงสายพันธุ์อื่น ๆ เพื่อให้ได้โคที่โตไว เนื้อนุ่ม มีไขมันแทรกที่ดีเยี่ยม

ปัจจุบันสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด มีสมาชิก 6,210 ราย ครอบคลุมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนในพื้นที่จ.สกลนคร นครพนมและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีมูลค่าการสร้างรายได้จากการจำหน่ายโคเนื้อและผลิตภัณฑ์แปรรูปเฉลี่ยประมาณ 400-500 ล้านบาทต่อปี โดยมีปริมาณการผลิตโคขุนเพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเฉลี่ยปีละกว่า 8,000-14,000 ตัว

นางสาววัชรี ปุกหุต สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าวถึงจุดเด่นของเนื้อโคขุนโพนยางคำที่เน้นการใช้สูตรอาหารเฉพาะที่ผสมวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น รำข้าว ข้าวโพดและกากน้ำตาล โดยไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดงหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีการบ่มเนื้อหลังจากการเชือดเนื้อโคจะถูกนำไปบ่มในห้องเย็นที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างเข้มงวดเป็นเวลา 7-14 วันเพื่อให้เอนไซม์ตามธรรมชาติย่อยสลายเส้นใยกล้ามเนื้อทำให้เนื้อมีความนุ่มและรสชาติที่ดีขึ้น

ส่วนมาตรฐานการผลิตนั้น สหกรณ์ฯยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GPM และHACCP และมาตรฐานฮาลาล รวมถึงการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI เพื่อคุ้มครองเอกลักษณ์และคุณภาพของเนื้อในระดับสากล อีกทั้งยังสร้างรายได้แก่เกษตรกรสมาชิก ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่จ.สกลนคร และจังหวัดใกล้เคียงมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยสหกรณ์ฯยังมีศูนย์ตัดแต่ง แปรรูปและกระจายสินค้า ทั้งเนื้อสดและเนื้อแช่แข็ง รวมถึงร้านอาหารโพนยางคำเพื่อส่งตรงถึงผู้บริโภคและภัตตาคารทั่วประเทศ

“จุดเด่นโพนยางคำคือคุณภาพของเนื้อ และการแปรรูปจำหน่ายแบบครบวงจร ส่วนการบริหารจัดการภายในอาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ซึ่งทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด” สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าว

นางสาววัชรีกล่าวต่อไปว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมีบทบาทสำคัญในการเป็นหน่วยงานกำกับดูแลและสนับสนุนสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด ในหลายมิติเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรและเกษตรกรสมาชิก โดยการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือกพส. ซึ่งเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการรับซื้อโคขุนจากเกษตรกรสมาชิก รวมถึงจัดหาวัตถุดิบและอาหารสัตว์ ทั้งยังช่วยบรรเทาภาระหนี้สินในช่วงที่สหกรณ์ประสบปัญหาวิกฤติทางธุรกิจ โดยช่วยในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้เพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้กับสถาบันการเงิน ทั้งนี้เพื่อช่วยในการรักษาสภาพคล่องของสหกรณ์

ในส่วนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตกรมยังสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรในกระบวนการผลิต ตลอดจนระบบห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิเพื่อยกระดับมาตรฐานโรงฆ่าและ โรงแปรรูปให้ได้มาตรฐาน GMP และHACCP นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับกรมปศุสัตว์ในการส่งเสริมวิจัยสูตรอาหารโคขุนเพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงและปรับปรุงประสิทธิภาพการสร้างไขมันแทรกในเนื้อโคและร่วมผลักดันและสนับสนุนการรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI เพื่อปกป้องเอกลักษณ์ของสินค้าและสร้างมูลค้าเพิ่มในผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังจัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้แก่คณะกรรมการดำเนินการ เจ้าหน้าที่สหกรณ์และเกษตรกรสมาชิก ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการฟาร์ม การตลาดและเทคโนโลยีการเลี้ยงโคยุคใหม่อยู่บ่อยครั้ง

“เราเพิ่งมอบเงินจำนวน 5 ล้านบาทให้สหกรณ์ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน เป็นเงินกพส.ที่ทางสหกรณ์กู้ไปเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและปล่อยกู้ให้กับสมาชิกเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาฟาร์มเลี้ยงส่วนอุปกรณ์การตลาดที่ผ่านมา กรมฯได้สนับสนุนเครื่องบรรจุสุญญากาศ มูลค่า 759,700 บาท เครื่องเลื่อยตัดกระดูก 642,000 บาทแล้วก็เครื่องปั่นลูกชิ้นขนาด 250-270 ลูกต่อนาที เครื่องสไลด์เนื้อขนาด 200-400 ชิ้นต่อนาที โดยทางสหกรณ์ได้สมทบเงินเพิ่มเติมด้วย” สหกรณ์จังหวัดสกลนคร เผย

อย่างไรก็ตามในส่วนช่องทางการตลาด ปัจจุบันสหกรณ์ฯได้ดำเนินการในหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ หรือ B2B และธุรกิจสู่ผู้บริโภคหรือ B2C โดยมีช่องทางหน้าร้านสหกรณ์ฯและ สาขาของสหกรณ์ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดใหญ่ ๆ โดยมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั้งเนื้อสดแช่เย็นและแช่แข็ง ชิ้นส่วนตัดแต่งและผลิตภัณฑ์แปรรูปตรงถึงผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังจำหน่ายผ่านห้างโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วประเทศ ตลอดจนจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook Fanpage และLine Official รวมถึงแฟลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee Lazada และแอพพลิเคชั่นจัดส่งอาหารทั่วไทยอีกด้วย