วันพฤหัสบดี 20 สิงหาคม 2026
หน้าแรก Headline จังหวัดน่านไม่มีป่าไม้! รอบนี้อำเภอปัวประสบอุทกภัยแสนสาหัส บ้านเรือนถูกกระแสน้ำป่ากลืนสิ้น!!

จังหวัดน่านไม่มีป่าไม้! รอบนี้อำเภอปัวประสบอุทกภัยแสนสาหัส บ้านเรือนถูกกระแสน้ำป่ากลืนสิ้น!!

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวก้อยลงพื้นที่เร่งติดตามสถานการณ์น้ำ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ด้านกรมชลประทานเร่งเข้าสนับสนุนช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน ระดมเครื่องมือเครื่องจักรบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายจากอุทกภัย
“สุริยะ” เคลียร์คิวด่วน ลุยติดตามสถานการณ์น้ำท่วมน่านวันนี้

20ส.ค.2569/ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ซึ่งติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในหลายอำเภอมีปริมาณฝนสะสมอยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้ง ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดน่านมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีปริมาณฝนสะสมในหลายพื้นที่ ได้แก่ 1) บริเวณโรงเรียนพนาสวรรค์ ตำบลภูคา 2) ชุมชนบ้านร้องแง ตำบลวรนคร และลำน้ำกุน ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน

“ในวันนี้ ผมได้ยกเลิกภารกิจภายในกระทรวงเกษตรฯ ทั้งหมด เพื่อเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่านพร้อมกับผู้บริหารกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และได้เตรียมขับเคลื่อนมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนทันทีที่ไปถึง ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือขนย้ายข้าวของ/สัตว์เลี้ยง ลดความเสียหายผลผลิตทางการเกษตร การเตรียมเสบียงสำหรับปศุสัตว์ ยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดน่าน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” นายสุริยะ กล่าว

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้โครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะบริหารจัดการและระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

“สุริยะ”สั่งด่วนกรมชลประทานเร่งเข้าสนับสนุนช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน ระดมเครื่องมือเครื่องจักรบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายจากอุทกภัย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ในจังหวัดน่านนั้น ได้สั่งการด่วนไปให้นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เร่งนำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นการเร่งด่วน ซึ่งในเบื้องต้นได้รับรายงานแล้ว

ทั้งนี้กรมชลประทานได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วนแล้ว โดยประกอบด้วย ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เวียงสา พร้อมสนับสนุนเครื่องมือเครื่องจักร รถแบคโฮ รถบรรทุกเทท้าย จำนวน 7 คัน ในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทางน้ำ และบริเวณ คอสะพาน

นอกจากนี้ยังได้กำชับมห้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมการป้องกันร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

รองนายกฯ “ยศชนัน”“ สุริยะ”รุดลงพื้นที่เมืองน่าน เร่งติดตามสถานการณ์น้ำ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านยังคงน่าเป็นห่วง หลังมีฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลบ่าลงสู่ลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างอย่างรวดเร็ว

ล่าสุดเมื่อวันที่19 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยมี นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายณัฐพล วุฒิจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) และคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดน่านตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 พบว่า ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงในพื้นที่อำเภอปัวสูงถึง 277.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากแม่น้ำน่าน แม่น้ำปัว แม่น้ำย่าง และแม่น้ำขว้าง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ปัจจุบันพบพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอภูเพียง อำเภอสันติสุข และอำเภอท่าวังผา โดยมีระดับน้ำท่วมประมาณ 0.50–1.20 เมตร

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้เร่งนำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำเข้าประจำพื้นที่เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 3 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

.ทั้งนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับกรมชลประทานและโครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

“สุริยะ”เผยจังหวัดน่านยังน่าห่วง มีฝนตกต่อเนื่อง

นายสุริยะ กล่าวว่า ล่าสุดขณะนี้จังหวัดน่านยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยกรมชลประทานคาดว่า​ ปริมาตรน้ำสูงสุดจะมาถึงพื้นที่เมืองน่านหลังเที่ยงคืนนี้ และจะทยอยลดลงหากไม่มีฝนตกเพิ่ม แต่สิ่งที่ยังเป็นห่วงคือฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานการณ์น้ำ จึงสั่งกรมชลประทานติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะระดับน้ำที่สถานี N.1 บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ อำเภอเมืองน่าน ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังสำคัญของน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบน

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ทันที ทั้งการช่วยขนย้ายข้าวของและสัตว์เลี้ยง ลดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนเตรียมเสบียงสำหรับปศุสัตว์ ยาและเวชภัณฑ์ พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดให้เตรียมความพร้อม สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรได้ตามสถานการณ์

ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ล่าสุดสถานีวัดน้ำที่ต้องเฝ้าระวังขณะนี้ ได้แก่ สถานี N.64 บ้านผาขวาง อำเภอเมืองน่าน สถานี N.1 บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ อำเภอเมืองน่าน และสถานี N.49 บ้านน้ำยาว อำเภอปัว ซึ่งมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยมวลน้ำจากอำเภอปัวจะใช้เวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมงไหลถึงสถานี N.1 ขณะที่สถานี N.13A บ้านบุญนาค อำเภอเวียงสา มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้นเช่นกัน

สำหรับทิศทางของน้ำ หลังไหลผ่านพื้นที่เมืองน่านจะไหลต่อไปยังอำเภอเวียงสา ก่อนลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 6,227 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 65.56 ของความจุอ่าง และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 3,275 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 34.44 จึงยังมีพื้นที่ว่างรองรับปริมาณน้ำในช่วงที่เหลือของฤดูฝน รวมถึงมวลน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดน่าน

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว 1 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 11 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา พร้อมระดมรถแบคโฮและรถบรรทุกเทท้ายรวม 7 คัน เพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทางน้ำและบริเวณคอสะพาน รวมทั้งประสานจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเตรียมรับมือและลดผลกระทบต่อประชาชน

กรมชลประทานขอให้ประชาชนในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติม

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน