ผู้ว่าฯชัชชาติ ชู“ผู้สูงอายุคือทรัพยากรที่มีค่าของกรุงเทพฯ” เดินหน้าพัฒนาเมืองรองรับสังคมสูงวัยครบมิติ ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต
7ส.ค.2569/นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “กรุงเทพมหานครกับสังคมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุ” ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)
“ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรที่มีค่าของกรุงเทพมหานคร ต่อไปพวกเราต้องช่วยกันสร้างเศรษฐกิจ อย่าเพิ่งหยุดทำงาน ถ้ามีงานก็ทำต่อ เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับคนรุ่นหลัง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
จากนั้นได้บรรยายถึงสถานการณ์ของสังคมผู้สูงอายุว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว โดยในปี 2568 มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณร้อยละ 22 ของประชากรทั้งหมด และในอนาคตสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรุงเทพมหานคร ณ ปี 2565 มีผู้สูงอายุรวม 1,194,171 คน และเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกปี
สำหรับเขตที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุด ได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต และบางกอกน้อย สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่กรุงเทพมหานครต้องเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนกลุ่มนี้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และการพัฒนาเมือง

- เน้น “เส้นเลือดฝอย” ดูแลผู้สูงอายุถึงชุมชน
ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาเส้นเลือดฝอยของเมือง เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามตรอกซอยต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ตามแนวระบบขนส่งมวลชน จึงเพิ่มงบประมาณให้สำนักงานเขต เพื่อให้บริการเข้าถึงผู้สูงอายุในทุกพื้นที่ พร้อมเสริมความเข้มแข็งให้ศูนย์บริการสาธารณสุขและศูนย์สุขภาพชุมชนใกล้บ้าน ซึ่งเป็นด่านหน้าของการดูแลประชาชน แทนที่จะทุ่มแต่โรงพยาบาลใหญ่เพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการตรวจสุขภาพประชาชน 1 ล้านคน เพื่อให้มีฐานข้อมูลด้านสุขภาพสำหรับวางแผนการรักษาและป้องกันโรคในแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุด โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขยายคลินิกผู้สูงอายุครบวงจรให้ครอบคลุมทุกเขต เพื่อดูแลโรคเฉพาะทาง เช่น โรคหลงลืม ภาวะซึมเศร้า และปัญหาการทรงตัว ตลอดจนให้บริการ Palliative Care และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (Mobile Medical Unit) ลงพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
- ส่งเสริม Active Aging ไม่ให้ติดเตียง แต่ติดเพื่อน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้าส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุผ่านชมรมผู้สูงอายุ โดยตั้งเป้าเพิ่มจากกว่า 400 ชมรม เป็น 1,000 ชมรม พร้อมผลักดันกว่า 2,000 โครงการสุขภาพผ่านงบประมาณ สปสช. ส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกาย การเต้นแอโรบิก โยคะ และกิจกรรมนันทนาการในชุมชน รวมถึงเปิดให้ประชาชนจองใช้ศูนย์กีฬาและลานกีฬาผ่านแอปพลิเคชัน BKK Active เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงกิจกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น
“เพราะเราไม่อยากให้ผู้สูงอายุติดเตียง แต่อยากให้ติดเพื่อน ติดคาราโอเกะ ติดรำกระบอง ให้ชีวิตมีความสุขและกระฉับกระเฉง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำ

- สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต
ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีการจ้างงานแล้วกว่า 1,100 คน ควบคู่กับโครงการคลังปัญญาผู้สูงอายุ เพื่อค้นหาปราชญ์ในทั้ง 50 เขตมาถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์ม Next Learn และยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ให้มีหลักสูตรที่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ เช่น การเรียนรู้เรื่อง AI การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือการดูดวง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกวัย โดยกรุงเทพมหานครพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้สูงอายุในชุมชนสามารถนำทักษะและประสบการณ์มาต่อยอดสร้างรายได้ใกล้บ้าน
- มุ่งสร้างเมืองที่สร้างโอกาสและความหวัง
ด้านการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครยังเดินหน้าพัฒนาสวน 15 นาทีใกล้บ้าน พื้นที่สาธารณะ และกิจกรรมสร้างสุข เช่น ดนตรีในสวน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถออกมาใช้ชีวิต พบปะผู้คน และมีกิจกรรมร่วมกับชุมชนได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่า การพัฒนาเมืองในระยะต่อไปจะยึดแนวทางการพัฒนาทั้งคน เมือง เศรษฐกิจ และระบบ เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
“วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างเมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน หากเราเอาภูมิปัญญาของผู้สูงอายุมาบวกกับความสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้ นั่นคือคำตอบของเมือง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำ

จากนั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวถึงนโยบายที่ตั้งเป้าไว้ เช่น การขยายการรองรับผู้ป่วยบัตรทองจาก 1 ล้านคน เป็น 1.3 ล้านคน การเพิ่มเตียงโรงพยาบาลอีก 2,000 เตียง การแจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรีทุกบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่มีความจำเป็น การพัฒนาระบบนัดหมายหมอล่วงหน้าให้รอไม่เกิน 1 ชั่วโมง การเพิ่มไฟแสงสว่าง การปรับปรุงทางเท้าและระบบรถ Feeder การขยายผลโรงเรียนผู้สูงอายุ การผลักดันการจ้างงาน ตลอดจนการรับฟังไอเดียแก้ปัญหาเมืองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
ในช่วงท้าย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครจะเดินหน้ารับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาเมืองที่เอื้อต่อผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน พร้อมอวยพรให้ผู้สูงอายุทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง มีเพื่อน มีรายได้ และมีความสุข
“ขอฝากเนื้อฝากตัวในฐานะผู้สูงอายุหน้าใหม่ด้วยครับ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวอย่างเป็นกันเองทิ้งท้าย
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน
















