นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายจิรพล สังข์โพธิ์ ประธานกรรมการสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ โดยมีนางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ นำเสนอวาระสำคัญต่อที่ประชุม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุม 109 ตึกสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบ Microsoft Teams
หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ การยกระดับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากแพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการของภาครัฐ ไปสู่การเป็น Personalized Services หรือบริการเฉพาะบุคคล ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้จากหน้าจอเดียว ให้เป็นบริการเชิงรุก (Proactive Service) ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสิทธิและสวัสดิการ การแจ้งเตือนภาษี หรือใบสั่งจราจร พร้อมต่อยอดสู่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวย้ำถึงก้าวสำคัญในครั้งนี้ว่า “เราทุกคนต่างอยากเห็นการเชื่อมโยงบริการภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ แต่มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเรายังเชื่อมต่อข้อมูลกันเพียงแค่ผิวเผิน เพราะเราจะไม่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ นำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ หรือทำให้เกิดบริการที่เฉพาะเจาะจงรายบุคคล (Personalized Services) ได้ เรามุ่งหวังให้การเชื่อมโยงข้อมูลต่อจากนี้เกิดขึ้นในเชิงคุณภาพมากกว่าแค่ในเชิงปริมาณ เพื่อให้ท้ายที่สุดแล้ว แพลตฟอร์มของรัฐจะสามารถให้บริการพี่น้องประชาชนได้สะดวกและตรงจุดจริงๆ” พร้อมกันนี้ ได้มีมติให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลกับ แอปพลิเคชันทางรัฐตามที่ DGA ขอความร่วมมือ ภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังเห็นชอบ (ร่าง) มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ มาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านความหมายข้อมูล เรื่องข้อมูลบุคคล และมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านความหมายข้อมูล เรื่องข้อมูลนิติบุคคล ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันได้บนมาตรฐานเดียว ลดภาระประชาชน ไม่ต้องยื่นเอกสารซ้ำ (Once-Only Principle) และลดต้นทุนการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลของหน่วยงาน
อีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันให้ภาครัฐโปร่งใสตรวจสอบได้ คือ การตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Audit) โดยเห็นชอบในหลักการกรอบแนวปฏิบัติของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อรองรับการตรวจสอบเอกสารในรูปแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้านำระบบ e-Audit มาใช้ภายในปีงบประมาณ 2570 พร้อมให้หน่วยรับตรวจทยอยปรับเปลี่ยนเอกสารเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และลดภาระด้านเอกสารของภาครัฐ
ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางขับเคลื่อน “ท้องถิ่นดิจิทัล (Local Digital Government)” เพื่อยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศสู่การให้บริการดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดยตั้งเป้าครอบคลุมเทศบาล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ผ่านการพัฒนา ระบบท้องถิ่นดิจิทัลกลาง ซึ่งประกอบด้วยระบบงานพื้นฐาน 8 ระบบ เช่น ระบบขออนุญาตก่อสร้าง ขุดดินถมดิน รับแจ้งปัญหาความเดือดร้อน สารบบรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งช่วยลดภาระการลงทุนพัฒนาระบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ขนาดเล็ก พร้อมเสนอแนะให้เริ่มดำเนินการในลักษณะโครงการนำร่อง (Pilot Project) ในพื้นที่ที่มีประชากรจำนวนมากเป็นลำดับแรกก่อนขยายผลทั่วประเทศ รวมถึงให้จัดเก็บข้อมูลจากประชาชนและเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบ โดยได้มอบหมายให้ปรับปรุงรายละเอียดข้อเสนอในประเด็นที่เกี่ยวข้อง และนำกลับมาเสนอคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไป
ผลลัพธ์จากการประชุมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเดินหน้าสู่รัฐบาลดิจิทัล ผ่านความร่วมมือที่แข็งแกร่งของทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ การเชื่อมโยงข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การพัฒนาแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้บริการแบบเจาะจงรายบุคคล ไปจนถึงการขยายผลสู่ท้องถิ่นดิจิทัล เพื่อเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้เข้าถึงบริการภาครัฐที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด
















