สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “Road Safety จังหวัดต้นแบบถนนปลอดภัย” ภายใต้โครงการขับเคลื่ อนมาตรการความปลอดภั ยทางถนนและการคุ้มครองผู้ ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 โดยลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ และเทศบาลเมืองหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อรวบรวมข้อมูลอุบัติเหตุ จากพื้นที่จริง วิเคราะห์จุดเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยง และค้นหาแนวทางป้องกันอุบัติ เหตุที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ ละชุมชน โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย ผู้นำชุมชน และประชาชนร่วมวิเคราะห์ปั ญหาและออกแบบมาตรการร่วมกัน
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. มอบหมายให้นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สำนักงาน คปภ. ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรม โดยวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม ได้รับเกียรติจากนางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ และนายโยธิน พงษ์อ้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตู ม ให้การต้อนรับ
ส่วนวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 จัดขึ้น ณ เทศบาลเมืองหนองกี่ โดยมีนายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี และนายอุดม แนวสุข นายกเทศมนตรีเมืองหนองกี่ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่ างคึกคัก
กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นให้ “ข้อมูลจากชุมชน” เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปั ญหา โดยผู้แทนชุมชนได้ร่วมกั นแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกั บอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นในพื้ นที่ ระบุจุดที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำ พฤติกรรมเสี่ยงที่พบเป็นประจำ และปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่ อการเกิดอุบัติเหตุ ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ ร่วมกับข้อมูลอุบัติเหตุ ทางถนนและข้อมูลประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อให้เห็นภาพปัญหาของพื้นที่ อย่างเป็นระบบ และสามารถกำหนดแนวทางป้องกันที่ สอดคล้องกับสภาพจริงของแต่ละชุ มชน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกั บคนในพื้นที่ พบว่า จังหวัดปราจีนบุรีมีลั กษณะความเสี่ยงที่ชัดเจนทั้งด้ านพื้นที่และพฤติกรรม โดยข้อมูลปี 2568 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทางถนน 180 คน และผู้บาดเจ็บ 1,753 คน ขณะที่ภาพรวมของประเทศยังมีผู้ เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 16,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยทุก 1 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิต 2 คน สะท้อนว่าอุบัติเหตุทางถนนยั งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ อชีวิต เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ผลการวิเคราะห์ยังพบว่า กลุ่มเสี่ยงหลักของจังหวัดคื อเพศชายวัยเรียนและวัยทำงาน อายุ 15 – 44 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 25 – 34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้รถใช้ ถนนเป็นประจำ ขณะที่รถจักรยานยนต์เป็ นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสู งที่สุด และยังพบปัจจัยเสี่ยงร่วม ได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัย การไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย นอกจากนี้ คนในชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้ นที่ยังสะท้อนตรงกันว่า พฤติกรรมที่พบซ้ำและเป็นสาเหตุ สำคัญของอุบัติเหตุ ได้แก่ การขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด การหลับในหรือขับขี่ขณะง่วงนอน และการเปลี่ยนเลนหรือตัดหน้ ากระชั้นชิด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สามารถป้ องกันได้หากมีการปรับเปลี่ ยนพฤติกรรมและเพิ่มมาตรการด้ านความปลอดภัยอย่างเหมาะสม
สำหรับข้อมูลเชิงพื้นที่ในองค์ การบริหารส่วนตำบลท่าตูม ชุมชนสามารถระบุ จุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำ ได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าจุดเสี่ยงสำคัญกระจุกตั วอยู่บน ทางหลวงหมายเลข 304 และทางหลวงหมายเลข 3079 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมพื้นที่อุ ตสาหกรรมและมีปริ มาณการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณ สี่แยกคลองรั้ง ถนนหมายเลข 304 ช่วงหมู่บ้านเอื้ออาทร ทางเข้าสวนอุตสาหกรรม 304 และสามแยกพระพรหม ถนนหมายเลข 3079 ซึ่งมีลักษณะเป็นถนนสายหลักที่ ใช้ความเร็วสูง มีรถบรรทุก รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ใช้เส้นทางร่ วมกัน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ ในหลายจุด และควรได้รับการแก้ไขเป็นลำดั บแรก
ส่วนในพื้นที่เทศบาลเมืองหนองกี่ การวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับชุ มชนพบว่า จุดเสี่ยงส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ บน ทางหลวงหมายเลข 304 เช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณช่วงหน้าเขตอุ ตสาหกรรม–ตลาดโคกอุดม ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุ ของรถกระบะมากที่สุด และบริเวณ โค้งบ้านทด หมู่ 5 ซึ่งพบอุบัติเหตุของรถจั กรยานยนต์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จากการวิเคราะห์ร่วมกันพบว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของพื้นที่เกิ ดจาก การใช้ความเร็วสูงบนถนนสายหลัก การสัญจรของรถบรรทุ กและรถขนาดใหญ่เข้า – ออกนิคมอุตสาหกรรม ประกอบกับลั กษณะทางกายภาพของถนนที่มีทางโค้ งและจุดเชื่อมต่อกับชุมชน ทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำในพื้นที่ ดังกล่าว จึงเป็นประเด็นที่ชุมชนเห็นควรผลักดันมาตรการลดความเร็ ว ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางถนน และเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภั ยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ควบคู่ กัน
นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กล่าวว่า โครงการชุมชนต้นแบบถนนปลอดภั ยดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และในปี 2569 ขยายพื้นที่ดำเนินงานเป็น 6 พื้นที่ ครอบคลุมกว่า 40 ชุมชน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี โดยใช้ข้อมูลอุบัติเหตุ ข้อมูลประกันภัย พ.ร.บ. และข้อมูลจากคนในพื้นที่เป็ นฐานในการวิเคราะห์ปัญหา “แต่ละชุมชนมีปัญหาไม่เหมือนกัน สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่ใช่ เพียงการจัดกิจกรรมรณรงค์ แต่คือการทำให้ชุ มชนสามารถตอบคำถามของตัวเองได้ ว่า ถนนสายไหนอันตรายที่สุด จุดใดเกิดอุบัติเหตุซ้ำ คนกลุ่มใดมีความเสี่ยงสูง และควรเริ่มแก้ไขจากเรื่องใดก่ อน เมื่อมีข้อมูลที่ชัดเจน การกำหนดมาตรการก็จะตรงกั บสภาพปัญหาของพื้นที่ และสามารถติดตามผลได้ว่ าการดำเนินงานช่วยลดอุบัติเหตุ ได้จริงหรือไม่” สิ่งที่สำนักงาน คปภ. ต้องการเห็นหลังจบกิจกรรม คือ การที่ชุมชนนำข้อมูลไปใช้ต่อได้ จริง รู้ว่าควรแก้ไขจุดเสี่ยงจุดใดก่ อน ควรรณรงค์กับกลุ่มใด และติดตามผลได้ว่ามาตรการที่ ดำเนินการช่วยลดอุบัติเหตุได้ มากน้อยเพียงใด เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่รู้จั กถนนของตนเองดีที่สุด
พร้อมกันนี้ สำนักงาน คปภ. ยังต้องการให้ประชาชนเห็ นความสำคัญของประกันภัย พ.ร.บ. ซึ่งเป็นหลักประกันพื้นฐานเมื่ อเกิดอุบัติเหตุจากรถ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเบื้องต้น และทำให้ผู้ประสบเหตุได้รั บการดูแลอย่างรวดเร็ว ตลอดการดำเนินกิจกรรมทั้งสองพื้ นที่ ภาคีเครือข่ายได้ร่วมจัดนิ ทรรศการและให้บริ การตรวจสอบสถานะประกันภัย พ.ร.บ. ตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และให้คำปรึกษาด้านประกันภัยแก่ ประชาชน อย่างไรก็ตาม สำนักงาน คปภ. ย้ำว่า หัวใจสำคัญของโครงการคือการสร้ างฐานข้อมูลและองค์ความรู้ของชุ มชน เพื่อให้สามารถนำไปสู่ การกำหนดมาตรการลดอุบัติเหตุที่ เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และขยายผลเป็นต้นแบบสู่จังหวั ดอื่นต่อไป
ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้ จากตำบลท่าตูมและเทศบาลเมื องหนองกี่ จะถูกนำมาจัดทำเป็นฐานข้อมู ลประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการด้ านความปลอดภัยทางถนนของชุมชน และใช้สนับสนุนการดำเนิ นงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้ องในการปรับปรุงจุดเสี่ยง การบังคับใช้กฎหมาย การรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการส่งเสริมให้รถทุกคันมี ประกันภัย พ.ร.บ. โดยมีเป้าหมายร่วมกั นในการลดการสูญเสียจากอุบัติ เหตุทางถนน และทำให้ประชาชน “ออกจากบ้านอย่างอุ่นใจ และกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยในทุ กวัน”

















