เทรนด์ที่ 3: สร้างความน่าเชื่อถือด้วย AI Governance Platforms
วิธีการรับรองมาตรฐานแบบเดิม ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับการกำกับดูแล AI ให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความซับซ้อนของกฎระเบียบข้อบังคับด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่ปรากฏขึ้น ตลอดจนการนำ AI Agents ที่ทำงานได้เองอิสระมาใช้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มการกำกับดูแล AI หรือ AI Governance Platforms สามารถเข้ามาช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามนโยบายบริษัท กฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรม ภายใต้หลักการร่วมด้าน AI ที่มีความรับผิดชอบ
การ์ทเนอร์แนะนำให้ผู้บริหาร D&A นำแพลตฟอร์มการกำกับดูแล AI มาใช้ในภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบดูแลจากส่วนกลาง สามารถนำกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงไปประยุกต์ใช้และบังคับใช้มาตรการควบคุมที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทรนด์ที่ 4: Agentic Data Streaming เพิ่มพลังความอัจฉริยะแบบเรียลไทม์
การประมวลผลข้อมูลแบบชุดเดิมนั้นอาจช้าเกินไป ต่างจาก Agentic Data Streaming หรือการสตรีมข้อมูลที่รองรับเอเจนต์ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างและใช้งาน AI Agents ดังนั้นการไหลของข้อมูลโดยมีเหตุการณ์เป็นตัวขับเคลื่อนต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้บริหาร D&A ส่งมอบข้อมูลได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ AI Agents รับงานไปทำได้มากขึ้นด้วยความเร็วและแม่นยำ
การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2571 แรงกดดันจากการแข่งขันที่ต้องตอบสนองแบบเรียลไทม์ ผลักดันให้มีการนำ Data Streaming มาใช้สำหรับ Agentic AI พุ่งสูงเกิน 60% (จากเดิมที่ต่ำกว่า 15% ในปี พ.ศ. 2568) ดังนั้น องค์กรต้องจัดลำดับความสำคัญของยูสเคสที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเรียลไทม์ เช่น Decision Intelligence, Autonomous Operations และ Digital Twins
เทรนด์ที่ 5: ปฏิบัติงานคล่องตัวขึ้นด้วย Agentic Data Management
ผู้บริหาร D&A กำลังเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่องในการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน ซึ่งสร้างความตึงตัวให้กับกระบวนการจัดการข้อมูลแบบเดิม และทำให้การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลสำหรับ AI นั้นยุ่งยากขึ้น การใช้ AI Agents เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลจะช่วยยกระดับกระบวนการจัดการข้อมูลหลัก โดยการเปิดใช้งานระบบที่สามารถดำเนินการได้แบบเรียลไทม์ ตรวจจับแพทเทิร์นข้อมูล และให้คำแนะนำเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและตอบสนองรวดเร็วยิ่งขึ้น
“การผสานรวม AI Agents เข้ากับกระบวนการทำงานด้านการจัดการข้อมูล ช่วยให้ทีมข้อมูลสามารถปฏิบัติงานได้ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีขึ้นผ่านระบบที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งและการตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง จะยังคงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าขีดความสามารถเหล่านี้จะมอบผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ” ไอดอยน์กล่าว