วันอังคาร 30 มิถุนายน 2026
หน้าแรก คลังศึกษา เด็กไทยปล่อยของ โชว์พลังสร้างนวัตกรรมแห่งอนาคต

เด็กไทยปล่อยของ โชว์พลังสร้างนวัตกรรมแห่งอนาคต

จากไอเดียเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ถูกยกระดับสู่ผลงานนวัตกรรมที่สามารถลงสนามแข่งขันและต่อยอดใช้งานได้จริง ในเวที “มหกรรมสนามเด็กเล่นหุ่นยนต์” ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศได้ปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้โลกแห่งเทคโนโลยี หุ่นยนต์ และ AI ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมครูเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย และชมรมครูหุ่นยนต์ไทย โดยมี บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนพลังงานที่มีคุณภาพ มีความเสถียร ช่วยลดข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงการแข่งขันอย่างเท่าเทียม เช่นเดียวกับ 4 ทีมเยาวชน ที่มาร่วมโชว์ไอเดียสุดล้ำ

เปิดประเดิมด้วยผลงานสุดแกร่ง ทีม SPIM-D จากโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ คว้ารางวัลชนะเลิศ รายการ Bigfoot Gundam Open นำโดย น้องแฟรงค์-ชัยภัทร สุวรรณรัศมี และ น้องแฟรงค์-ณัฐดนย์ ศรีรัฐวัฒนากูล อายุ 17 ปี ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาหุ่นยนต์บังคับมือ (Manual Robot) ที่ต้องอาศัยทั้งทักษะด้านวิศวกรรม ระบบไฟฟ้า และการควบคุมกลไกอย่างแม่นยำ ตั้งแต่ขั้นตอนการประกอบไปจนถึงการลงสนามแข่งขันจริง โดยจุดเด่นสำคัญของหุ่นยนต์ Bigfoot คือโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบันได้เป็นอย่างดี การออกแบบครั้งนี้ยังต่อยอดแนวคิดเพื่อสังคมในอนาคต ด้วยการตั้งเป้าพัฒนาไปสู่ “หุ่นยนต์กู้ภัย” ที่สามารถปฏิบัติงานแทนมนุษย์ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายได้จริง เช่น การติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความร้อน เพิ่มกล้อง และพัฒนาให้ควบคุมผ่านระบบ 5G ได้ จะสามารถเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อันตราย เช่น ตึกถล่ม พื้นที่สารเคมีรั่วไหล หรือจุดที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพื่อช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้อย่างปลอดภัย”

ต่อด้วย ทีม KN3 จากโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ คว้ารางวัลชนะเลิศ รายการ Lite Beam Open นำโดย น้องพั้นซ์-พรรณกาญจน์ เหลืองอมรศักดิ์ อายุ 18 ปี และ น้องฟิล์ม-ไปรยา ศรีศักดิ์บางเตย อายุ 12 ปี โชว์ฝีมือคว้าแชมป์ในรายการหุ่นยนต์วิ่งตามเส้นอัตโนมัติ (Line Following Robot) เล่าว่า “ผลงานชิ้นนี้อาศัยความแม่นยำของระบบฮาร์ดแวร์ ซึ่งทีมได้ลงมือปฏิบัติเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบัดกรีวงจร ปรับค่าความต้านทาน ไปจนถึงติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแสง ซึ่งเปรียบเสมือน “สมอง” และ “ดวงตา” ของหุ่นยนต์ ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย หุ่นยนต์ก็อาจวิ่งหลุดเส้นทางได้ทันที โดยในอนาคตตั้งเป้าว่าจะนำไอเดียไปต่อยอดสู่ “หุ่นยนต์การเกษตรอัจฉริยะ” เพื่อช่วยตรวจสภาพดิน พ่นปุ๋ย และขนส่งผลผลิตในไร่สวน ช่วยลดแรงงานและยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยในอนาคต”

ทีมเยาวชนอิสระโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เจ้าของโครงงานนวัตกรรม “Monk Assist” หรือ “หุ่นยนต์ช่วยพระสงฆ์ถือของ” นำโดย น้องพี-พีรณัฐ ปัทมะรางกูล อายุ 18 ปี, น้องอัลฟ่า-ชัชวิน ธนาสมหวัง อายุ 17 ปี และ น้องปั้นจั่น-ชวิศ ปัญญาภิญโญผล อายุ 17 ปี “ไอเดียหลักของโครงงานเกิดจากการตั้งคำถามว่า อาหารที่พระสงฆ์ได้จากการออกบิณฑบาตมีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอหรือไม่ ทำอย่างไรถึงจะให้ผู้ที่ใส่บาตรได้รู้ว่าอาหารนั้นมีคุณภาพเพียงพอ จึงได้นำมาพัฒนาเป็นหุ่นยนต์เดินตามพระสงฆ์ เมื่อมีคนใส่อาหารเข้ามา ระบบ AI จะตรวจจับและโชว์ข้อมูลทันทีว่าอาหารชิ้นนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไร เพื่อให้ญาติโยมได้เห็นและหันมาเลือกใส่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังช่วยถือแทนพระท่านได้อีกด้วย โดยทีมจะพัฒนาและนำไปใช้ในการสร้างหุ่นยนต์สำหรับช่วยถือของ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรมต่อไป”

ปิดท้ายด้วยน้อง ๆ ทีม KIDS STEM-2 จากโรงเรียนรุ่งอรุณ เจ้าของโครงงานนวัตกรรม “Smart farm” นำโดย น้องพราหมณ์-อคร อรรคศรี อายุ 9 ขวบ, น้องทีเจ-นภัทร วัฒนกิจศิริ อายุ 8 ขวบ และ น้องเฟรนด์- ธีรสิทธิ์ ฆังคะสุวรรณ อายุ 8 ขวบ เล่าว่า “จุดเริ่มต้นเกิดจากจากช่วงสถานการณ์โควิด – 19 ที่บ้านเริ่มปลูกผักเพื่อรับประทานเอง และได้สังเกตเห็นคุณยายต้องออกไปรดน้ำผักทุกวัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อน บางครั้งมีนกบินมาจิกกินยอดผักทำให้เสียหาย เราเลยรวมตัวกันคิดค้นฟาร์มอัจฉริยะนี้ขึ้นมา เพราะอยากช่วยแบ่งเบาภาระ โดยการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความชื้นในแปลงผักเพื่อช่วยรดน้ำอัตโนมัติ ติดตั้งระบบ AI คอยสแกนตรวจจับความเคลื่อนไหวจากสัตว์ต่าง ๆ เช่น นก หนู กระรอก เป็นต้น เมื่อมีสัตว์เข้ามาในแปลงผัก ระบบจะปล่อยแมวจำลองและเสียงแมว เพื่อขับไล่ทันที”

ด้าน มร.ชินยา โยชิดะ ผู้อำนวยการส่วนงานขายและการตลาด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) กล่าวว่า การสนับสนุน “มหกรรมสนามเด็กเล่นหุ่นยนต์” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนแนวคิด Panasonic GREEN IMPACT ที่มีเป้าหมายสำคัญในการนำนวัตกรรมมาสร้างสร้างอนาคตให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งเราเชื่อว่าอนาคตที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจต่อการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านหุ่นยนต์และ AI แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือคิด ลงมือทดลอง และพัฒนานวัตกรรมจากไอเดียของตนเอง ผ่านกระบวนการทำงานจริง ทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่ง พานาโซนิค เอเนอร์จี ได้ร่วมสนับสนุนถ่านพานาโซนิค พรีเมียม อัลคาไลน์ ขนาด AA กว่า 15,000 ก้อน เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักในการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ให้กับผู้เข้าแข่งขันกว่า 1,000 ทีมจากทั่วประเทศ เนื่องจากการใช้พลังงานที่มีคุณภาพ มีความเสถียร จะช่วยลดข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ เปิดโอกาสให้เยาวชนจากหลากหลายพื้นที่สามารถเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม และแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่

พานาโซนิค เอเนอร์จี หวังว่าการสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้ จะไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยสนใจด้านหุ่นยนต์ เทคโนโลยี และ AI มากยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยจุดประกายให้คนรุ่นใหม่มองเห็นว่า เทคโนโลยีสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้จริง ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกับที่ Panasonic GREEN IMPACT มุ่งมั่นผลักดันร่วมกับสังคมโลก”