อุทยานแห่งชาติทับลาน ปฏิบัติการเชิงรุก ใช้ยาแรงลุยยึดทรัพย์รีสอร์ทดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มทุนโรงแรมและรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่ป่า โดยประสานสำนักงาน ปปง. ใช้กฎหมายฟอกเงินเข้ายึดทรัพย์สิน พร้อมลงพื้นที่ปักป้ายคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขีดเส้นตายภายใน 15 วัน หากฝ่าฝืนพร้อมระดมกำลังรื้อถอนทันที
29มิ.ย.2569/ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ยกระดับมาตรการขั้นเด็ดขาด ในการจัดการกับกลุ่มทุนโรงแรมและรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่ป่า โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปักป้ายคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขีดเส้นตายภายใน 15 วัน หากฝ่าฝืนพร้อมระดมกำลังรื้อถอนทันทีพร้อมทั้งมีการจับมือกับ ปปง. ใช้กฎหมายฟอกเงินเข้ายึดทรัพย์สิน และหนังสือเตือน ขีดเส้นตายรีสอร์ทดังต้องรื้อถอนหากยังเมิน เตรียมระดมกำลังทุบทิ้งทันทีภายในวันเดียว
ทั้งนี้นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ส่งรายชื่อโรงแรมและรีสอร์ทชุดแรกจำนวน 3 ราย ที่ถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานฯ ให้กับประธานคณะกรรมการ ปปง. และเลขาธิการ ปปง. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ดำเนินการยึดเงินหรือทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้มาจากการทำธุรกิจ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามการเดินเกมครั้งนี้ ถือเป็นการใช้ยาแรงตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ในความผิดมูลฐานมาตรา 3 (15) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการยึดถือ ครอบครอง หรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายในลักษณะการค้า ซึ่งคาดว่าภายใน 1 ถึง 2 เดือนนี้ ทางอุทยานฯ จะทยอยส่งรายชื่อโรงแรมและรีสอร์ทที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมดที่มีอยู่ราว ๆ 100 แห่ง ให้ ปปง. ดำเนินการยึดทรัพย์ซึ่งอุทยานฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าลงพื้นที่ปักป้ายประกาศแจ้งเตือนขนาดใหญ่ ยื่นคำสั่งเด็ดขาด โดยเป็นหนังสือด่วนที่สุด แจ้งไปยัง นายอัศวนนท์ นิรันดร และผู้ครอบครอง “อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท” ให้ดำเนินการทำลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปให้พ้นเขตอุทยานฯ ภายในเวลา 15 วัน
หากครบกำหนด 15 วันแล้วยังไม่มีการรื้อถอน จะร่วมมือกับกรมอุทยานฯ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย เข้าจู่โจมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว โดยผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และหลังจากนี้จะใช้มาตรการนี้เข้าเคลียร์พื้นที่รีสอร์ทและโรงแรมทุกราย เพื่อนำผืนดินกลับคืนมาฟื้นฟูป่าไม้ หรือจัดสรรให้ชุมชนเข้ามาใช้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

“ชัยวัฒน์”เผยจุดยืนทับลานทุกฝ่ายเริ่มเห็นตรงกันหลักการชัด ประชาชนต้องมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างแน่นอน และแนวทางที่กำลังดำเนินการจะไม่ถูกนำไปใช้ขยายผลในพื้นที่อื่น
ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ระบุว่า ทุกฝ่ายเริ่มเห็นตรงกันในหลักการสำคัญ คือ ประชาชนต้องมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างแน่นอน และแนวทางที่กำลังดำเนินการจะไม่ถูกนำไปใช้ขยายผลในพื้นที่อื่นโดยประเด็นสำคัญที่ยังต้องเดินหน้าคือการจัดการกลุ่มทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่า รวมถึงคดีบุกรุก 552 คดี ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มติดประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแล้ว ถือเป็นการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553
ทั้งนี้จุดที่น่ากังวลที่สุดคือพื้นที่ในกลุ่มที่ 2 หรือพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ถูกขยายแนวเขตจนมีพื้นที่เพิ่มขึ้น หรือที่เรียกว่า “ส.ป.ก.บวม” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ และมีการออกเอกสาร ส.ป.ก. ภายหลังเกิดคดีความแล้ว //หากมีการยกพื้นที่ดังกล่าวให้ ส.ป.ก. โดยไม่ตรวจสอบสิทธิให้ชัดเจน อาจสุ่มเสี่ยงต่อความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 รวมถึงเข้าข่ายสนับสนุนผู้กระทำผิด จึงต้องพิสูจน์สิทธิรายแปลงก่อนดำเนินการใด ๆ
ส่วนอีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการเสนอให้ประชาชนใช้สิทธิตามมาตรา 64 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ แทนการรับที่ดิน ส.ป.ก. โดยระบุว่า มาตรา 64 เปิดโอกาสให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ได้อย่างถูกกฎหมาย อีกทั้งยังสามารถส่งต่อสิทธิให้ทายาทได้ หากยังคงใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่อเนื่อง ต่างจากที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องการสืบทอดสิทธิและการใช้ประโยชน์
ทั้งนี้ ยืนยันว่า สิทธิตามมาตรา 64 ไม่ได้ปิดกั้นการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นวิสาหกิจชุมชน โฮมสเตย์ หรือกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้ ภายใต้การบริหารจัดการร่วมกันของชุมชน เพื่อควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งขยะ น้ำเสีย และจำนวนนักท่องเที่ยว
นายชัยวัฒน์ ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของการแก้ปัญหาครั้งนี้ คือ ให้ประชาชนมีที่ทำกินควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่า และเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มทุนที่บุกรุกพื้นที่อย่างเด็ดขาด โดยไม่ให้การช่วยเหลือประชาชนกลายเป็นช่องทางเอื้อประโยชน์ให้ผู้กระทำผิด
หยกดำ ส่องเขียว รายงาน

















