สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ด้านความปลอดภัยทางถนนและการคุ้ มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกั บภาคธุรกิจประกันภัยและหน่ วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับจาก “Road Safety” ไปสู่ “Public Safety” หรือความปลอดภัยสาธารณะ โดยมุ่งส่งเสริมการป้องกั นและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ทางถนน ควบคู่กับการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้ มครองผู้ประสบภัยจากรถแก่ ประชาชน
การดำเนินงานดังกล่าวเป็ นไปตามนโยบายของนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดั บมาตรการด้านความปลอดภั ยทางถนนและการคุ้มครองผู้ ประสบภัยจากรถอย่างเป็นระบบ โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สำนักงาน คปภ. โดยฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้ มครองผู้ประสบภัยจากรถ ได้จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่ อนนโยบายด้านการคุ้มครองผู้ ประสบภัยจากรถ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อหารือแนวทางดำเนินโครงการ “ขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภั ยทางถนนและการคุ้มครองผู้ ประสบภัยจากรถ” และโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” ประจำปี 2569 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้ างต้นแบบความปลอดภัยในระดับชุ มชนและสถานศึกษา รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่ วมของภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนมาตรการด้ านความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรู ปธรรม
ในการประชุมดังกล่าว นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงาน และนางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ในฐานะประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยผู้แทนสมาคมประกันวิทั้งนี้ จากผลการดำเนินโครงการในพื้นที่
• โครงการขับเคลื่
• โครงการเยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ. ขยายเพิ่มเติมในจังหวัดสระบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดนครราชสีมา
ในขณะที่ฝั่งภาคธุรกิจประกันภั ยเห็นตรงกันว่า “การลงพื้นที่ชุมชน” ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้ างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอให้มีการพัฒนา “ผู้นำชุมชน” ให้เป็นแกนนำด้านความปลอดภั ยและการให้ข้อมูลด้านการประกั นภัยเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้ นที่ เพื่อสร้างการรับรู้และการบริ หารความเสี่ยงในระดับชุมชนอย่ างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้จัดทำ “Toolkit” หรือชุดสื่อและกิจกรรมต้นแบบที่ สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ได้จริง โดยออกแบบกิจกรรมให้เข้าใจง่าย เข้าถึงประชาชน ทุกกลุ่ม และเปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีส่ วนร่วมมากกว่าการสื่อสารเชิงวิ ชาการเพียงอย่างเดียว เนื่องจาก “การเข้าถึง” ถือเป็นหัวใจสำคั ญของการทำงานในระดับพื้นที่ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังเข้ าไม่ถึงข้อมูลหรือบริการด้ านประกันภัย การสื่อสาร จึงควรทำให้ประชาชน “รู้สึกและตระหนัก” ถึงผลกระทบของอุบัติเหตุได้จริง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ ยนพฤติกรรมและสร้างการมีส่วนร่ วมด้านความปลอดภัย
“สำนักงาน คปภ. ยืนยันว่า ในปี 2569 จะเดินหน้าขับเคลื่ อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนเชิ งรุก ผ่านการสร้างต้นแบบชุ มชนและสถานศึกษาปลอดภัย ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้ มครองผู้ประสบภัยจากรถและสิทธิ ประโยชน์ตามพระราชบัญญัติคุ้ มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 แก่เยาวชนและประชาชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคี เครือข่ายและภาคธุรกิจประกันภั ยอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการดำเนิ นงานบนฐานข้อมูลและการมีส่วนร่ วมของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับจาก “Road Safety” สู่ “Public Safety” ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ทางถนน และเสริมสร้างความปลอดภัยให้เกิ ดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในระดับพื้ นที่อย่างยั่งยืน”

















