“ไทยประกันชีวิต” แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิแข็งแกร่ง 3,267 ล้านบาท

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 3,267 ล้านบาท เติบโต 21.8% คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 23.5% สะท้อนถึงการสร้างผลกำไรอย่างมีเสถียรภาพ โดยกำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 2,678 ล้านบาท และยอดคงเหลือของกำไรจากการให้บริการตามสัญญา (CSM) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีมูลค่า 92,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับมูลค่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยหลักมาจากธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในระหว่างงวด
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 3,249 ล้านบาท เติบโต 18.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 2,625 ล้านบาท เติบโต 8.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากการลดลงของสินไหมทดแทนค่ารักษาพยาบาล ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาดอยู่ที่ 624 ล้านบาท เติบโตขึ้น 92.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเงินลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่สูงขึ้น ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่น่าลงทุน
สำหรับอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR Ratio อยู่ที่ 463.3% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) กำหนดไว้อยู่ที่ 140% เป็นสิ่งยืนยันถึงสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยื
นายไชยกล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยการกำหนด Roadmap Transforming Tomorrow หรือการเปลี่ยนผ่านองค์กรให้แข็งแกร่ง ผสานกับการดูแลลูกค้าภายใต้แนวคิด “การดูแลด้วยหัวใจ” หรือ Care with Heart ไทยประกันชีวิตจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าในยุคดิจิทัล โดยพัฒนา “แอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต” ที่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมประกันชีวิตและดูแลชีวิตลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ บริการ “ปรึกษาเภสัชกรออนไลน์” (Tele Pharmacy) ตลอด 24 ชั่วโมง บริการ “เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document)” ช่วยให้ลูกค้าสามารถรับเอกสารสำคัญผ่านทางอีเมลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย หมดกังวลกับปัญหาเอกสารสูญหาย พร้อมสนับสนุนการลดการใช้กระดาษ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ
ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้พัฒนา “แอปพลิเคชัน TL SMART” เครื่องมือการนำเสนอขายดิจิทัลของตัวแทนประกันชีวิต โดยเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Agent Role Play” ด้วยการนำ AI มาใช้ในการฝึกทักษะการขายและการบริการ ผ่านการจำลองสถานการณ์สนทนา พร้อมวิเคราะห์ผลการสื่อสารและให้ข้อเสนอแนะรายบุคคล รวมถึงช่วยเตรียมความพร้อมให้ตัวแทนฯ สามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ ไทยประกันชีวิตยังตระหนักถึงการส่งมอบคุณค่าให้กับสังคม จึงผนวกการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG เพื่อสร้างการเติบโตทั้งต่อองค์กรและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งบริษัทฯ กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 3% ในปี 2569 และมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย