พระราชพิธีพืชมงคล พุทธศักราช 2569 พระโคกินถั่ว น้ำ หญ้า และเหล้า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีพืชมงคล พุทธศักราช 2569

13พ.ค.2569/ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีพืชมงคล พุทธศักราช 2569 ซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญที่เป็นพิธีสงฆ์ จัดขึ้นเพื่อทำขวัญเมล็ดพันธุ์ข้าวและพืชพันธุ์ต่าง ๆ โดยพระมหากษัตริย์ทรงอธิษฐานเพื่อความงอกงามและอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากข้าวและพืชพันธุ์ธัญญาหารทุกชนิดต่างมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวสำหรับเพาะปลูกและพระราชทานแก่พสกนิกรและชาวนาทั่วประเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานน้ำสังข์ ใบมะตูม แล้วทรงเจิมที่หน้าผาก และพระราชทานพระธำมรงค์นพเก้าสำหรับสวมที่นิ้วมือขวา 1 วง สำหรับสวมที่นิ้วมือซ้าย 1 วง และพระแสงปฏักสำหรับใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญให้แก่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากนั้น ผู้เป็นเทพีคู่หาบทองและเทพีคู่หาบเงิน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานน้ำสังข์ ใบมะตูม และทรงเจิม ตามลำดับ

ทั้งนี้ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกร โดยกำหนดจัดขึ้นในเดือน 6 หรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก สำหรับ “พระราชพิธีพืชมงคล” เป็นพิธีสงฆ์ที่ประกอบพระราชพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง โดยจัดขึ้นก่อนที่จะประกอบ “พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ ในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ปลัดเกษตรฯ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทองและเทพีคู่หาบเงิน ทำพิธีล้างมือพระยาแรกนา และเจิมหน้าพระโค

เวลา 18.30 น. ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทองและเทพีคู่หาบเงิน ทำพิธีล้างมือพระยาแรกนา และเจิมหน้าพระโค ณ โรงพระโคยืน มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างความคุ้นเคยกับพระโคแรกนาก่อนเริ่มพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในเช้าวันรุ่งขึ้น

สำหรับพระโคแรกนาในปีนี้ คือ พระโคพอและพระโคเพียง พระโคคู่สำรอง คือ พระโคเพิ่มและพระโคพูล ซึ่งทั้ง 2 คู่ เป็นโคพันธุ์ขาวลำพูน มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือ รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร ผิวสีขาวอมชมพู ขนขาวสะอาด ลำตัวเป็นลำเทียนและไม่มีจุดด่างดำ เขาสีขาวมีลักษณะโค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน ขนตาสีชมพู บริเวณจมูกและกีบขาว ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินมีความสง่า ทั้งนี้ พระโคในทางศาสนาพรามหณ์ หมายถึง เทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวร เปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่พระพลเทพและพระกฤษณะดูแล ซึ่งสื่อถึงการเกษตรและความอุดมสมบูรณ์

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2569 พระยาแรกนาได้เสี่ยงทายหยิบผ้าได้ 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ และพระโคกินถั่ว น้ำ หญ้า และเหล้า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพลับพลาที่ประทับเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2569 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล
อันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งเป็นการประกอบพระราชพิธีวันแรกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐาน
เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ โดยประกอบพระราชพิธีในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสม ต้องตามประเพณี ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย

การจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้ ฤกษ์การไถหว่านอยู่ระหว่างช่วงเวลา 08.09 – 08.39 น. ผู้ทำหน้าที่ พระยาแรกนา คือ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวพรจิตรา จันทร์เจริญ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาวศรัญญา ทองคำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา จำนวน 16 ราย ส่วนพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง

สำหรับผลการพยากรณ์ถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ถวายรายงานการพยากรณ์ ผลการเสี่ยงทายผ้านุ่งแต่งกาย และพระโคกินเลี้ยง ในปี พ.ศ.2569 นี้ พระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบได้ผ้านุ่ง 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ ผลการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค พระโคกินถั่ว น้ำ หญ้า และเหล้า ซึ่งผลเสี่ยงทายกล่าวว่า ถ้าพระโคกินถั่ว พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี พระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง

ในโอกาสเดียวกันนี้ เกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2569 จำนวน 39 ราย ได้รับพระราชทานโล่เกียรติคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้

เกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 จำนวน 16 ราย คือ

  • อาชีพทำนา ได้แก่ นายจิรกร จิวเจริญกาล จังหวัดนครปฐม
  • อาชีพทำสวน ได้แก่ นายคมญ์คริษฐ์ กล่อมสังข์ จังหวัดตราด
  • อาชีพทำไร่ ได้แก่ นางหนูเรียน เพียโคตร จังหวัดชัยภูมิ
  • อาชีพไร่นาสวนผสม ได้แก่ นายประเสริฐ ยุวกาฬกุล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ได้แก่ นางสมพร แก้วคนตรง จังหวัดราชบุรี
  • อาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ นายสุรศักดิ์ แซ่ลี้ จังหวัดราชบุรี
  • อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ได้แก่ นายอมร เหลืองนฤมิตชัย จังหวัดเพชรบุรี
  • อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย ได้แก่ นายประโยชน์ โสรัจจกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้แก่ นางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ จังหวัดกาญจนบุรี
  • อาชีพปลูกสวนป่า ได้แก่ นายบุญธรรรม ทับทิมศรี จังหวัดนครสวรรค์
  • สาขาบัญชีฟาร์ม ได้แก่ นายสุริยา ขันแก้ว จังหวัดแพร่
  • สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นางเกษร ทองคำ จังหวัดพัทลุง
  • สาขาการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช ได้แก่ นางสาวรัตฑณา จันทร์ดำ จังหวัดเชียงใหม่
  • สาขาเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ นางสาวอัญชรี อัสววิมล จังหวัดนนทบุรี
  • ที่ปรึกษากลุ่มยุวชนเกษตรกร ได้แก่ นายมนตรี วัดน้อย จังหวัดนครปฐม
  • สมาชิกกลุ่มยุวชนเกษตรกร ได้แก่ นายเพชรรัตน์ ม่วงสาย จังหวัดนครสวรรค์

สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 จำนวน 13 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มเกษตรกรทำนา กลุ่มเกษตรกรทำนาดอนใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี
  • กลุ่มเกษตรกรทำสวน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรกรทำสวนไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • กลุ่มเกษตรกรทำไร่ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำไร่หนองโพรง จังหวัดปราจีนบุรี
  • กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อตำบลบ้านเสียว จังหวัดนครพนม
  • กลุ่มเกษตรกรทำประมง หรือกลุ่มเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่วิสาหกิจชุมชนหอยนางรมท่าโสม จังหวัดตราด
  • กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์ที่น้ำ ได้แก่ กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยงบ้านสมสะอาด จังหวัดบึงกาฬ
  • กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเมาะหลวง จังหวัดลำปาง
  • กลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรนอกโรงเรียนศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี
  • กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหนองหิน จังหวัดอุบลราชธานี
  • สถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำคุระบุรีร่วมใจ จังหวัดพังงา
  • ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่นาเยีย ปี 59 จังหวัดอุบลราชธานี
  • ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่น ๆ ได้แก่ ศูนย์ข้าวชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหนองกุง จังหวัดบึงกาฬ
  • วิสาหกิจชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มยางก้อนถ้วย กยท. จังหวัดนครศรีธรรมราช

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 จำนวน 7 สหกรณ์ คือ

  • สหกรณ์การเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร เมืองตรอน จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์
  • สหกรณ์โคนม ได้แก่ สหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด จังหวัดนครราชสีมา
  • สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางยูงทอง จำกัด จังหวัดสงขลา
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จำกัด จังหวัดกาฬสินธุ์
  • สหกรณ์ร้านค้า ได้แก่ ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำกัด จังหวัดนครราชสีมา
  • สหกรณ์บริการ ได้แก่ สหกรณ์บริการครูแพร่ จำกัด จังหวัดแพร่
  • สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ได้แก่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เอ็น เอช เค สปริง จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ

ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2569 จำนวน 3 สาขา คือ

  • สาขาปราชญ์เศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ นางราตรี บัวพนัส จังหวัดนครสวรรค์
  • สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ได้แก่ นายพรหม สอนสิริ จังหวัดปราจีนบุรี
  • สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย ได้แก่ นายบุญส่ง นับทอง จังหวัดกระบี่

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน