กรุงเทพฯ (21 เมษายน 2569) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 8,618 ล้านบาท เติบโต 14.4% จากไตรมาสแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนหลั
ในไตรมาสแรกของปี 2569 เงินให้สินเชื่อรวมลดลง 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากการชำระคืนเงิ
สรุปผลประกอบการและฐานะการเงิ
- กำไรสุทธิ จำนวน 8,618 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 14.4% หรือจำนวน 1,085 ล้านบาท จากไตรมาสแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนหลั
กจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ทั้งนี้ การขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุ ทธิสะท้อนอัตราผลตอบแทนเงินให้ สินเชื่อที่สูงขึ้นจากการปรั บโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ภายหลังการรวมงบการเงินของ TIDLOR รวมถึงการบริหารจัดการสภาพคล่ องและต้นทุนทางการเงินที่มี ประสิทธิภาพ - เงินให้สินเชื่อรวม ลดลง 1.2% หรือจำนวน 22,805 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 โดยมีสาเหตุหลั
กจากการชำระคืนสินเชื่อที่เพิ่ มขึ้นตามฤดูกาลและความต้องการสิ นเชื่อในประเทศที่อ่อนแอลง ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่ อภายในประเทศปรับลดลง 1.4% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในอาเซียนยังคงเติบโตได้ อย่างแข็งแกร่ง โดยสินเชื่อเติบโตได้ถึง 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนประโยชน์ จากการกระจายฐานธุรกิจด้านภูมิ ศาสตร์ และชดเชยอุปสงค์ที่ยังอ่ อนแอภายในประเทศ - เงินรับฝาก ลดลง 1.8% หรือจำนวน 31,773 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสั
ดส่วนเงินรับฝากประจำที่มีต้นทุ นสูง สุทธิบางส่วนกับการเพิ่มขึ้ นของเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์ และจ่ายคืนเมื่อทวงถาม (CASA) การปรับตัวดีขึ้นของโครงสร้ างเงินฝากดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ การบริหารสภาพคล่องและต้นทุ นทางการเงินเชิงรุ กและรอบคอบระมัดระวัง ที่มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุ นทางการเงินและเสริมสร้ างความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางอุปสงค์ต่อเงินให้สิ นเชื่อที่ชะลอลงและสภาวะอั ตราดอกเบี้ยขาลง - ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 4.61% ปรับตัวดีขึ้นจาก 4.10%
ในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากอั ตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อที่ สูงขึ้นจากการปรับโครงสร้างพอร์ ตสินเชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็ นผลจากการรวมพอร์ตสินเชื่อที่ ให้ผลตอบแทนสูงของ TIDLOR - รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้
น 18.4% หรือ 2,179 ล้านบาท จากไตรมาสแรกของปี 2568 โดยมีปั จจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้ นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริ การ ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานทั้ งในส่วนของธนาคารและ TIDLOR รวมถึงกำไรสุทธิจากเครื่ องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้ วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรื อขาดทุน หนี้สูญรับคืนจากโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” และกำไรจากเงินลงทุน - อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้
ปรับตัวดีขึ้นที่ 45.2% เทียบกับ 45.7% ในไตรมาสแรกของปี 2568 สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่ มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การดำเนิ นงานของธนาคาร - อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้
เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.34% ขณะที่อัตราส่วนผลขาดทุนด้ านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่ อสินเชื่อรวมปรับตัวอยู่ที่ 240 เบสิสพอยท์ ในไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับ 211 เบสิสพอยท์ ในไตรมาสแรกของปี 2568 ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่ อด้อยคุณภาพปรับเพิ่มสูงขึ้ นมาอยู่ในระดับ 132.3% - อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรั
พย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ 20.65% เทียบกับ 20.69% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่
“ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดั
“ภายใต้ฉากทัศน์ของความเสี่
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กรุงศรี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่

















