“อิสราเอล” ครบรอบ ๗๘ ปี ความยืดหยุ่น นวัตกรรม และความร่วมมือที่ยั่งยืน

โดย เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์

ในโอกาสที่อิสราเอลฉลองวันชาติครบรอบปีที่ ๗๘ จึงนับเป็นวาระสำคัญที่จะมองย้อนกลับไปยังเส้นทางแห่งความเป็นมาของประเทศ ที่แม้จะก่อตั้งขึ้นได้ไม่นาน แต่ก็เป็นชนชาติหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งแต่การสถาปนาประเทศเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๑ ในฐานะมาตุภูมิของชาวยิวและรัฐประชาธิปไตย อิสราเอลได้พัฒนาประเทศภายใต้เงื่อนไขอันท้าทาย และยังคงยืนหยัด ปรับตัว สร้างผลงานนานัปการที่ส่งต่อไปยังประเทศต่างๆ

ความสำเร็จของอิสราเอลมักถูกกล่าวถึงในมิติทางเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี แต่ความหมายที่ลุ่มลึกยิ่งไปกว่านั้น คือเป็นความสำเร็จที่นำประโยชน์มาเผื่อแผ่กันไปทั่วโลก อิสราเอลตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ขาดแคลนน้ำ จึงได้กลายมาเป็นผู้บุกเบิกด้านการจัดการน้ำ พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชุมชนใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นวัตกรรมเช่นระบบน้ำหยดได้พลิกโฉมการเกษตรในพื้นที่แห้งแล้งทั่วโลก ช่วยให้เกษตรกรจากเอเชียถึงแอฟริกาสามารถเพิ่มผลผลิตควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากร ในด้านการแพทย์ งานวิจัยของอิสราเอลมีส่วนช่วยให้เกิดความก้าวหน้าในการวินิจฉัยโรค การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในด้านการแพทย์ และการรักษาที่ช่วยชีวิตผู้คน ในส่วนของในเทคโนโลยีขั้นสูงและความมั่นคงทางไซเบอร์ บริษัทและสถาบันวิจัยของอิสราเอลก็มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือที่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจสมัยใหม่

ความสำเร็จเหล่านี้มิใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่สะท้อนถึงจริยธรรมของชาติที่ถูกหล่อหลอมด้วยข้อจำกัดและความจำเป็น ทั้งการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ และความท้าทายด้านความมั่นคงที่มีมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ทำให้ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพ และความร่วมมือ จนเกิดเป็นระบบนิเวศทางนวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ที่แบ่งปันไปทั่วโลก ความสำเร็จของอิสราเอลแสดงให้เห็นว่าประเทศซึ่งมีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยถึง ๒๕ เท่า ก็สามารถสร้างสรรค์แนวทางแก้ไขปัญหาที่มีความสำคัญในระดับโลกได้

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือความเป็นประชาธิปไตยของอิสราเอล การธำรงรักษาระบอบประชาธิปไตยอย่างเข้มแข็งท่ามกลางภัยคุกคามจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง มิใช่เรื่องง่ายที่เกิดขึ้นได้เอง นับตั้งแต่การสถาปนาประเทศเป็นต้นมา อิสราเอลต้องเผชิญภัยสงคราม การก่อการร้าย และความไม่มั่นคงในภูมิภาค จากฝ่ายที่ประกาศอย่างเปิดเผยว่าต้องการทำลายล้างอิสราเอลให้สิ้นซาก ขนาดทางภูมิศาสตร์ที่มีจำกัดไม่เปิดโอกาสให้เกิดความผิดพลาดใดๆ การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่คลาดเคลื่อนอาจนำมาซึ่งผลกระทบอย่างรุนแรงและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังคงรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตย ระบบตุลาการที่เป็นอิสระ เสรีภาพของสื่อมวลชน และการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันอย่างเสมอภาคมาโดยสม่ำเสมอ

สังคมอิสราเอลมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมที่พลเมืองมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเข้มแข็ง และการยอมรับความหลากหลายทางความคิดท่ามกลางการโต้แย้งที่มีอยู่ทั่วไป อิสราเอลมีความหลากหลายทั้งด้านศาสนา ชาติพันธุ์ และการเมือง ทั้งนี้ระบบประชาธิปไตยของประเทศก็สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนดังกล่าว ความสามารถในการธำรงการปกครองแบบประชาธิปไตยภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ ถือเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของอิสราเอล ทั้งยังเป็นบทเรียนให้ประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ได้นำมาศึกษาและปรับตามบริบทของตน

การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพของอิสราเอลก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ ข้อตกลงสันติภาพกับอียิปต์เมื่อปี ๒๕๒๒ และจอร์แดนในปี ๒๕๓๗ มิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการตัดสินใจของผู้นำของทั้งสองฝ่าย ที่เลือกเสถียรภาพและความรุ่งเรืองแทนความขัดแย้ง หลายทศวรรษผ่านไปแล้วแต่ข้อตกลงเหล่านี้ก็ยังดำรงอยู่ ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว สะท้อนให้เห็นถึงความความสำคัญของพันธสัญญาระยะยาวเพื่อก้าวไปสู่สันติภาพ

ข้อตกลงอับราฮัมที่มีขึ้นในปี ๒๕๖๓ นำมาซึ่งการขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ เปิดช่องทางใหม่สำหรับการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ความสำคัญของข้อตกลงนี้ยิ่งเด่นชัดในปัจจุบัน เมื่ออิสราเอลและประเทศพันธมิตรต้องเผชิญกับภัยคุกคามร่วมกัน ข้อตกลงดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในตะวันออกกลางที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

นอกเหนือจากภูมิรัฐศาสตร์และนวัตกรรมแล้ว ความสัมพันธ์ของอิสราเอลกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกืตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างกัน ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับประเทศไทยซึ่งมีมายาวนานถึง ๗๒ ปี เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นชัดเจน ด้วยเหตุที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความนับถือซึ่งกันและกัน ทั้งยังมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ในด้านต่างๆ ครอบคลุมถึงเกษตรกรรม เทคโนโลยี การท่องเที่ยว และที่สำคัญที่สุดคือมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

แรงงานไทยในอิสราเอลมีบทบาทสำคัญในภาคเกษตรกรรม โดยมีส่วนช่วยอย่างมากต่อการผลิตอาหารและการพัฒนาชนบทของอิสราเอล ทั้งนี้ เมื่อกลับคืนสู่บ้านเกิด ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากการทำงานในอิสราเอลก็จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและเศรษฐกิจของประเทศ

แรงงานไทยในอิสราเอลไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่ยังมีความหมายทางสังคมด้วย เพราะพวกเขาได้สร้างสายสัมพันธ์กับผู้คนในประเทศที่แม้จะอยู่ห่างไกลกันให้ใกล้ชิดกันได้ ในทำนองเดียวกัน การท่องเที่ยวของชาวอิสราเอลในประเทศไทยก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของประเทศไทยและความเปิดกว้างของสังคมไทย การแลกเปลี่ยนระหว่างกันดังกล่าวนี้เป็นมากกว่าการเป็นแหล่งรายได้ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความเข้าใจและความคุ้นเคยระหว่างกันอีกด้วย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ความท้าทายที่เราต้องเผชิญร่วมกัน ได้แสดงให้เห็นว่ามิตรภาพอันแนบแน่นนี้มีความสำคัญเพียงใด ช่วงเวลาแห่งความยากลำบากทำให้เราเห็นบทบาทของความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังเตือนให้ทั้งสังคมทั้งสองได้ตระหนักรู้ถึงความผูกพันที่เชื่อมโยงเราเข้าไว้ด้วยกัน

เรื่องราวของอิสราเอลดำเนินมาถึงปีที่ ๗๘ และก็ยังคงก้าวเดินต่อไป เป็นเรื่องราวของการปรับตัวท่ามการแรงกดดัน เป็นเรื่องราวของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจากความจำเป็น และเป็นเรื่องราวของระบอบประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ภายใต้เงื่อนไขอันท้าทาย อีกทั้งยังเป็นเรื่องราวของความร่วมมือกันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่ยังคงพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง

อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและอิสราเอล ไม่ได้อยู่เพียงการขยายความร่วมมือเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การสร้างสายใยความผูกพันระหว่างผู้คนให้เหนียวแน่นลึกซึ้งยิ่งขึ้น และนั่นคือหัวใจของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราที่พัฒนาถาวรมาอย่างยาวนาน