เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เป็นประธานในพิธีเปิ ดโครงการอบรมส่งเสริมความรู้แก่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำปี 2569 ครั้งที่ 4 สำหรับบุคลากรสถานพยาบาลในพื้ นที่ภาคเหนือ โดยมีผู้บริหารและบุ คลากรของสถานพยาบาลทั้งภาครั ฐและเอกชนจาก จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดตาก จังหวัดพิจิตร จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสุโขทัย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ และ จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าร่วมการอบรมกว่า 350 คน ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่
การจัดอบรมดังกล่าวมีวัตถุ ประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ ยนความคิดเห็น และเสริมสร้างความรู้ความเข้ าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน คปภ. กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ภาคธุรกิจประกันภัย และสถานพยาบาลทั้งภาครั ฐและเอกชน เกี่ยวกับกระบวนการยื่นคำร้ องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้ นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เพื่อยกระดับประสิทธิ ภาพของระบบคุ้มครองผู้ประสบภั ยจากรถให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่ วประเทศ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัล “e-Claim Award” ให้แก่สถานพยาบาลที่มี ผลการดำเนินงานด้านการยื่นคำร้ องผ่านระบบ e-Claim อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจู งใจในการพัฒนาการให้บริการแก่ผู้ ประสบภัยจากรถ
นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กล่าวว่า การจัดโครงการอบรมครั้งนี้เป็ นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เพื่อยกระดับระบบการคุ้มครองผู้ ประสบภัยจากรถของประเทศให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้ปรั บเปลี่ยนช่องทางการยื่นคำร้ องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้ นของสถานพยาบาลผ่านระบบ e-Claim เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนการดำเนินงานของหน่ วยบริการ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่ างต่อเนื่อง และในปีนี้ได้จั ดโครงการอบรมครอบคลุมบุ คลากรสถานพยาบาลในทุกภูมิภาคทั่ วประเทศ เพื่อให้การยื่นคำร้องและการเบิ กจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นเป็ นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ กำหนดอย่างถูกต้องและเป็ นมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งนี้ โครงการอบรมดังกล่าวได้เริ่มต้ นขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริ มณฑล ต่อมาได้จัดในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 และภาคกลางรวมภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยการจัดอบรมในครั้งนี้นับเป็น ครั้งที่ 4 สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ และจะมีการจัดอบรมครั้งสุดท้ ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ ในวันที่ 3 เมษายน 2569 เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ
นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถถืสำนักงาน คปภ. ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพั ฒนาระบบคุ้มครองผู้ประสบภั ยจากรถอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานทางการแพทย์ทั่ วประเทศ ควบคู่กับการยกระดั บกระบวนการให้บริการด้ วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงข้อมู ลและการดำเนินงานให้เป็นระบบเดี ยวกันอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียง “การเข้าถึงสิทธิ” แต่คือการทำให้สิทธินั้นเกิดขึ้ นได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ประสบภัยได้รับการรักษาอย่ างทันท่วงทีโดยไม่สะดุด เรื่องค่าใช้จ่าย ขณะที่สถานพยาบาลสามารถดำเนิ นการเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใสในมาตรฐานเดียวกันทั่ วประเทศ การขับเคลื่อนดังกล่าวสะท้ อนบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในการเป็น “กลไกหลักของระบบบริหารความเสี่ ยงของประเทศ” ที่ไม่เพียงคุ้มครองประชาชนเมื่ อเกิดเหตุไม่คาดคิด แต่ยังยกระดับโครงสร้ างระบบประกันภัยไทยให้มีความทั นสมัย เชื่อมโยง และพร้อมรองรับ ความเสี่ยงในอนาคตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกั บการประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ ผ่านช่องทาง LINE Official Account “คปภ. รอบรู้” รวมถึงระบบ Chatbot ของสำนักงาน คปภ. เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ ถูกต้อง ครบถ้วน หรือสามารถติดตามข่าวสารและข้ อมูลที่เกี่ยวข้องได้ทาง Facebook เพจ “กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ” และ “oicthailand”
















