
SAM จับมือ NCB ลงนาม MOU ขับเคลื่อนโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ยกระดับแก้ปัญหาหนี้เสียรายย่อย-เชื่อมโยงข้อมูลเครดิต ปลดล็อกลูกหนี้ประวัติดี คืนสู่ระบบการเงิน
10ก.พ.2569/ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM และ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อย หรือ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับแนวนโยบายภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบการเงินในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเครดิตของลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของกระบวนการแก้ไขหนี้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยที่มีภาระหนี้เสียไม่สูง สามารถปรับปรุงประวัติการชำระหนี้ กลับมาชำระหนี้ได้และหลุดพ้นจากสถานะการเป็นหนี้ NPL เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่และพลิกฟื้นชีวิตทางการเงินให้สามารถกลับมาตั้งตัวและเดินหน้าต่อไปได้อีกครั้ง นับว่าเป็นการฟื้นฟูสถานะทางการเงินของประชาชนในระดับครัวเรือน ควบคู่กับการลดผลกระทบและความเสี่ยงต่อระบบการเงิน ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพและการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ SAM ในการทำหน้าที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC โดย SAM ได้รับมอบหมายให้เป็นกลไกกลางของภาครัฐในการขับเคลื่อนโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินควบคู่กับการให้โอกาสและช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยอย่างจริงใจ เป็นธรรม ด้วยกระบวนการที่โปร่งใส
ทั้งนี้ SAM จะดำเนินการรวบรวมและจัดส่งข้อมูลลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ เฉพาะกรณีที่มีการปรับโครงสร้างหนี้และได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ ไปยัง NCB เป็นรายเดือน ผ่านระบบที่มีความมั่นคงปลอดภัย โดย SAM และ NCB จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแยกจากกันอย่างอิสระ และดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของข้อมูลให้แก่ลูกหนี้ได้ตลอดกระบวนการ
ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า “NCB มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ SAM ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ NCB ในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเครดิตของประเทศ ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการดำเนินโครงการของรัฐ โดย ข้อมูลของลูกหนี้จาก SAM จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อรายงานข้อมูลเครดิต ช่วยให้ลูกหนี้ที่มีความตั้งใจพยายามและมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีขึ้น สามารถกลับมามีชีวิตทางการเงินใหม่ เป็น ‘ประตูสู่โอกาส’ ของการขอสินเชื่อต่อไปในอนาคต และสนับสนุนเสถียรภาพของระบบการเงินไทยในระยะยาว”
เกี่ยวกับ SAM : บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM:
เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐภายใต้กำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีบทบาทในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนระบบสถาบันการเงินให้เติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน
วิสัยทัศน์ : เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งรัฐ ที่มีบทบาทสนับสนุนให้ประชาชนและภาคธุรกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
เกี่ยวกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) :
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน (Financial Infrastructure) และปัจจัยของเสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน โดยทำหน้าที่จัดเก็บ รวบรวมและประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าสถาบันการเงิน ตามที่สถาบันการเงินหรือบริษัทที่เป็นสมาชิกจัดส่งให้เท่านั้น และบริษัทไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีสิทธิอนุมัติหรือร่วมตัดสินใจให้สินเชื่อกับใคร ทั้งนี้ บริษัทได้พัฒนาระบบการประมวลผล รายงานผลข้อมูลเครดิต และปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็วและทันสมัย โดยเพิ่มศักยภาพทางด้านการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้ยึดถือหลักการในการปกป้องและรักษาความลับของข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง ตลอดจนคำนึงถึงการดูแลและคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน
ทั้งนี้ บริษัทเป็นองค์กรหลักในการให้บริการข้อมูลเครดิตที่มีคุณภาพสำหรับสถาบันการเงิน และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพทางการเงินเพื่อสร้างเสริมเสถียรภาพให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ
กัลฑภรณ์ สุขเย็น รายงาน
















