กรมฝนหลวงฯวางแนวสกัดฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนหลายชั้น – หน่วยหัวหิน – ระยอง-ขอนแก่นปฏิบัติการเต็มกำลัง เตรียมเปิดบินกลางคืนหากค่าฝุ่นวิกฤต ชี้เทคนิค “เจาะชั้นบรรยากาศ” เห็นผล ล่าสุดวานนี้ลดฝุ่นได้เกือบครึ่ง
16ม.ค.2569/ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงพบค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานในช่วงเช้าคือ เกินกว่า 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในหลายพื้นที่โดยจากการประเมินสภาพอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อัตราการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์อ่อนและเกิดสภาพอากาศปิดใกล้ผิวพื้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจุดความร้อนทั้งในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้านเช่น กัมพูชาและลาว ซึ่งส่งผลให้ฝุ่นสะสมตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศพบการเผาอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและการเผาในแปลงนารอบกรุงเทพมหานคร
ล่าสุดได้สั่งการให้เพิ่มปฏิบัติการฝนหลวงทั้งจำนวนเครื่องบินและเที่ยวบิน โดยใช้เทคนิค “เจาะชั้นบรรยากาศ” และโปรยน้ำแข็งแห้ง ซึ่งพบว่าสามารถช่วยลดค่าฝุ่นได้ชัดเจน เช่นในบางพื้นที่ที่ค่าฝุ่นลดลงจาก 80 เหลือประมาณ 40 ไมโครกรัมฯ และปรับระดับจากสีส้มเป็นสีเหลืองในช่วงเย็นปัจจุบันมีหน่วยปฏิบัติการหลัก 3 แห่ง ได้แก่ หน่วยหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องบิน 4 ลำ (Super King Air 1 ลำ, CARAVAN 3 ลำ) พร้อมเครื่องบินตรวจสภาพอากาศ
สำหรับ หน่วยระยอง ใช้เครื่องบิน 3 ลำ (CN 1 ลำ, CASA 2 ลำ) ปฏิบัติการแนว จ.ปราจีนบุรี – จ.นครราชสีมา – ชลบุรี – เขาใหญ่ เพื่อสกัดฝุ่นไม่ให้เข้าสู่กรุงเทพฯ หน่วยขอนแก่น เพิ่งเริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 15 ม.ค. โดยใช้ CASA 3 ลำ เน้นช่วยลดฝุ่นจากการเผาอ้อยในภาคอีสาน พร้อมกันนี้ ยังเตรียม เปิดหน่วยปฏิบัติการภาคเหนือ ที่ จ.ตาก และ จ.พิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรับมือฝุ่นที่อาจเริ่มรุนแรงในช่วงปลายฤดูหนาว
นอกจากนี้ หน่วยระยองอยู่ระหว่างการวางแผน “บินกลางคืน” เพื่อสกัดฝุ่นที่มักเพิ่มขึ้นในช่วงค่ำ หากค่าฝุ่นยังไม่ลดลงซึ่งขณะนี้กำลังวางแผนล่วงหน้าโดยนำค่าฝุ่นในห้วงเวลาต่างๆ ของปีก่อนหน้ามากำหนดแผนปฏิบัติการ ซึ่งปี 2568 กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จึงติดตามค่าฝุ่นปีนี้ตั้งแต่ต้นปีเพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ โดยใช้ปฏิบัติการเจาะชั้นบรรยากาศของกรมฝนหลวงฯ เป็นมาตรการสนับสนุนควบคู่กับการควบคุมแหล่งกำเนิดในพื้นที่ที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นห่วงคือ จุดความร้อนเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านพบจุดความร้อนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังพบว่า ในหลายจุดรอบนอกกรุงเทพฯเอง โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรม ยังมีการลักลอบเผาในช่วงกลางคืน ส่งผลให้ค่าฝุ่นสะสมสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้า แต่จากปฏิบัติการเจาะชั้นบรรยากาศวานนี้ เมื่อวัดค่าฝุ่นเปรียบเทียบก่อนและหลัง พบว่า หลังปฏิบัติการ ค่าฝุ่นลดลงเกือบครึ่ง จากระดับสีส้มเหลือระดับสีเหลือง
“อยากฝากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตเกษตรรอบกรุงเทพฯ ถ้าเว้นการเผาในช่วงเดือนนี้ได้ จะช่วยลดฝุ่นในเมืองหลวงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะแม้กลางวันไม่เผา แต่กลางคืนแดงเถือก” นายราเชนกล่าว
นายราเชน บอกอีกว่ากรมฝนหลวงฯ ยืนยันมีความพร้อมทั้งเครื่องบิน สารฝนหลวง เจ้าหน้าที่ และระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ โดยจะติดตามสถานการณ์และสภาพอุตุนิยมวิทยาตลอดทั้งวัน พร้อมปรับแผนการบินตามความเหมาะสม และขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นทุกครั้ง
จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน
















