บอร์ด กสทช. เห็นชอบแนวทางการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินบนโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิตอล 

บอร์ด กสทช. มีมติเห็นชอบแนวทางดำเนินการและสนับสนุนการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Warning System: EWS) บนโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล เตรียมสรุปรายละเอียดและเปิดให้ MUX ยื่นขอรับทุน ส่วนวาระแผนที่นำทาง (Roadmap) และวาระอื่นๆ เกี่ยวกับกิจการโทรทัศน์ยังไม่คืบหน้า

23 ธ.ค. 2568 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้รับทราบรายงานผลการศึกษาและเตรียมการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Warning System: EWS) ผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล และมีมติเห็นชอบในหลักการสำหรับแนวทางการดำเนินการ และแนวทางการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล (MUX) ระดับชาติที่มีความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์โครงข่าย โดยเป็นการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาระบบ API (Application Programming Interface) และการจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. รับไปดำเนินการ

หลังจากนี้ สำนักงาน กสทช. เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการต่อบอร์ด กสทช. หากเห็นชอบจะส่งไปยังบอร์ด กทปส. ก่อนจะเปิดให้ผู้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายฯ ที่มีความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์โครงข่าย สามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 15 ล้านบาทต่อราย โดยจะนำร่องสนับสนุนผู้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายฯ ที่มีความพร้อม 2 ราย ได้แก่ ททบ. และ ไทยพีบีเอส ซึ่งให้บริการรวมทั้งสิ้น 3 โครงข่าย 15 ช่องรายการ ซึ่งคาดว่าการแจ้งเตือนภัยจะสามารถเข้าถึงประชาชนได้ 9.8 ล้านครัวเรือน

“ระบบ EWS เป็นการแจ้งเตือนเสริมและช่วยลดช่องว่างของระบบ Cell Broadcast โดยอาศัยจุดแข็งด้านพื้นที่การให้บริการและการเข้าถึงของประชาชนที่อาจไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่รองรับ หากขณะนั้นประชาชนกำลังรับชมรายการโทรทัศน์อยู่ก็จะรับทราบการแจ้งเตือนเหตุได้อย่างรวดเร็ว แล้วไปติดตามข้อมูลได้อย่างทันท่วงที ดังนั้น หากระบบสามารถเปิดใช้ได้ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนได้เร็วขึ้นเท่านั้น” ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. พิรงรอง รามสูต กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าว

ก่อนหน้านี้ ในปี 2568 ททบ. ได้มีการทดสอบระบบ EWS ทั้งสิ้น 3 ครั้ง ดังนี้
1. การทดสอบในระบบปิดระหว่างการประชุมคณะทำงาน EWS เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2568
2. การทดสอบในระบบปิดภายในงานแถลงข่าวการทดสอบ EWS เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568
3. การทดสอบในระบบเปิดบนโครงข่ายดิจิทัลทีวีที่ใช้งานจริงของ ททบ. ในพื้นที่ จ.พะเยา และ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 00.00 – 01.00 น. ผลการทดสอบทั้ง 3 ครั้งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

อนึ่ง ในการประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 38/2568 ซึ่งมีการประชุมต่อเนื่องในวันที่ 23- 24 ธันวาคม 2568 มีการบรรจุระเบียบวาระกว่า 80 วาระ เป็นเรื่องที่ค้างพิจารณา 24 วาระ ซึ่งรวมถึง (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ. 2569-2573) เพื่อเตรียมการรองรับก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลหมดอายุในปี 2572 แนวทางที่เป็นไปได้และเหมาะสมในการจัดให้มีช่องทางการเข้าถึงกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินบนแพลตฟอร์มดิจิทัล (National Streaming Platform) และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการ ภายใต้แผนการจัดให้มีบริการกระจายเสียงและบริการโทรทัศน์พื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (พ.ศ. 2566 – 2568) ด้วย

“ก็หวังว่าอย่างน้อยจะได้มีการหยิบยกเรื่อง Roadmap กิจการโทรทัศน์ฯ ขึ้นมาพิจารณา เพราะเป็นสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมทวงถามมาตลอด เนื่องจากก่อนที่ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลจะหมดอายุ ทั้ง กสทช.และภาคอุตสาหกรรมเองต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า นี่ก็เหลือเวลาเพียงสองปีสำหรับ MUX และประมาณสามปี สำหรับช่องรายการ ถ้าไปดูในร่างแผนที่นำทางจะพบว่ามีสิ่งที่ต้องเร่งทำตั้งแต่ต้นปี 2569 จะปล่อยให้ช้าไปกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว” กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าว