วันเสาร์ 20 มิถุนายน 2026
หน้าแรก Headline กยท. ผนึกกำลังร่วมค้นหาต้นแบบสู้โรคใบจุดกลมยางพาราหวังพบวิธียับยั่งการระบาดที่มีประสิทธิภาพ

กยท. ผนึกกำลังร่วมค้นหาต้นแบบสู้โรคใบจุดกลมยางพาราหวังพบวิธียับยั่งการระบาดที่มีประสิทธิภาพ

กยท. เดินหน้าแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา หรือ โรคใบจุดกลมยางพารา เผยแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง  พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแปลงสาธิต  9 วิธี เพื่อค้นหาต้นแบบวิธีการแก้ปัญหาโรคใบร่วงที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มั่นใจสามารถยับยั้งการระบาดของโรคได้

ดร.เพิก  เลิศวังพง  ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)  เปิดเผยถึงการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ (ใบจุดกลม) ในยางพาราว่า กยท. ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องทำให้การระบาดที่รุนแรงโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ลดลงตามลำดับ  เมื่อเทียบกับสถานการณ์การระบาดในสวนยางของประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย เวียดนาม และศรีลังกาแล้ว สถานการณ์การระบาดในประเทศไทยน้อยกว่ามาก นอกจากนี้ยังสามารถฟื้นฟูสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

ทั้งนี้ กยท. ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขการระบาดของโรคใบจุดกลมในยางพารามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนว ทางและวิธีการบำรุงรักษา ตลอดจนแนวทางป้องกันการระบาดโดยขยายผลสู่การปฏิบัติในแปลงเกษตรกร ใน  4  พื้นที่ คือ พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่จังหวัดสงขลา พื้นที่ภาคใต้ตอนกลางที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคใต้ตอนบนที่จังหวัดชุมพร และภาคตะวันออกที่จังหวัดระยอง   จนทำให้การระบาดลดลงจากที่เคยระบาดในสวนยางพาราของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางเมื่อช่วงปี พ.ศ.2564 – 2565   มากถึง   1,000,000 ไร่  จนล่าสุดขณะนี้เหลือการระบาดอยู่ประมาณ 390,000 ไร่  ในพื้นที่  19  จังหวัดคือ  จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา น่าน สุโขทัย อุดรธานี สตูล หนองคาย เชียงราย บึงกาฬ พังงา ระยอง เลย ระนอง สุราษฎร์ธานี พะเยา นครพนม และกาญจนบุรี  โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ระบาดรุนแรงกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่มีแนวโน้มที่ลดลง

ดร.กฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กยท. กล่าวว่า  การแก้ปัญหาการระบาดโรคใบจุดกลมในยางพาราดังกล่าว กยท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการร่วมกันภายใต้โครงการบริหารจัดการโรคใบจุดกลมในยางพาราพื้นที่ จ.ยะลา โดย กยท. ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 3 ล้านบาท จัดทำแปลงสาธิตเพื่อหาแนวทางและวิธีการในการแก้ปัญหาโรคโรคใบจุดกลมในยางพารามา เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโรคฯ ในพื้นที่ต่าง ๆ จำนวน 9 วิธี คือ

  1. การใช้แอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0)
  2. การใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ
  3. การใช้เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ Bacillus subtilis sp.
  4. การใช้ปุ๋ย Rynan smart Fertilizers
  5. การใช้เชื้อไตรโครเดอร์มาร่วมกับปุ๋ย 30-5-18
  6. การใช้เชื้อไมคอร์ไรซา ร่วมกับชีวภาพละลายฟอสเฟต
  7. การใช้สารชีวภัณฑ์ มรย.1
  8. การใช้สาร พด. 14
  9. การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

ทั้งนี้ จะเก็บข้อมูลวิธีการที่เหมาะสม ในการแก้ปัญหาโรคใบจุดกลมในยางพารา เพื่อนำไปศึกษาความเปลี่ยนแปลงว่าสามารถป้องกัน ควบคุม กำจัด โรคใบร่วงในยางพาราได้หรือไม่ และเมื่อได้วิธีการที่ดีที่สุดแล้ว กยท. จะนำวิธีการแก้ปัญหาโรคใบร่วงยางพาราดังกล่าวไปขยายผลให้กับเกษตรกรชาวสวนยางรายอื่นต่อไป ซึ่งจะทำให้การระบาดลดลงอย่างแน่นอน

“โรคใบจุดกลมในยางพารานี้ เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum  sp. โดยจะระบาดหนักในช่วงฤดูฝนต้นยางที่เป็นโรคใบร่วงผลผลิตจะลดลง 30-50% ซึ่ง กยท. ได้ติดตามเก็บข้อมูลการระบาดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขที่มีประสิทธิภาพสูงสุด   โดยแนวทางแก้ไขทั้ง 9 วิธีดังกล่าว กยท. จะเลือกแนวทางที่ดีที่สุดไปขยายผลแก้ไขปัญหา เพื่อยุติการระบาดโรคใบร่วงชนิดใหม่ในประเทศไทยให้ได้” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กยท. กล่าว

จรัญ ชุ่มเงิน รายงาน