กรุงเทพฯ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๗
เป็นเวลา ๒๖๕ วันนับตั้งแต่การโจมตีอันโหดเหี้ยมน่าสยดสยองของกลุ่มก่อการร้ายฮามาส บนดินแดนอิสราเอลเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมปีที่แล้ว แต่อิสราเอลยังคงถูกโจมตีโดยกลุ่มฮามาสจากฉนวนกาซาทางตอนใต้ และโดยฮิซบุลลห์จากเลบานอนทางตอนเหนือ พลเมืองอิสราเอลจำนวน ๑๒๐,๐๐๐ คน ผู้อาศัยอยู่ตามชายแดนต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย และยังคงใช้ชีวิตราวกับผู้ลี้ภัยในประเทศของตนเอง
ในฉนวนกาซา กองทัพอิสราเอลต้องต่อสู้ภายใต้สภาวะที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง เพื่อค้นหาและหาทางปล่อยตัวประกัน ๑๒๐ คน ที่ยังคงถูกกลุ่มก่อการร้ายฮามาสควบคุมอยู่ในอุโมงค์ในฉนวนกาซา ในระหว่างการสู้รบที่อิสราเอลพยายามลดอันตราที่มีต่อพลเรือนนั้น อิสราเอลต้องกระทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสามารถผ่านเข้าไปยังฉนวนกาซา รถบรรทุกกว่า ๓๗,๕๐๐ คันที่ลำเลียงสิ่งของมากกว่า ๗๐๐,๐๐๐ ตัน ได้เข้ามายังบริเวณนี้ตั้งแต่เริ่มสงคราม แต่ทว่า กลุ่มก่อการร้ายฮามาสนำประชาชนของตนมาใช้เป็นโล่มนุษย์ เพื่อขัดขวางการแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค รวมทั้งการระดมยิงมายังบริเวณจุดผ่านแดนและปล้นรถบรรทุกที่ผ่านเข้ามา
ในบริเวณทางเหนือที่ติดกับเลบานอน ผู้ก่อการร้ายฮิซบุลเลาะห์ยังคงปฏิบัติการทางทหารตามแนวชายแดนอิสราเอล-เลบานอน โดยละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงขององค์การสหประชาชาติที่ ๑๕๕๙ และ ๑๗๐๑ กล่าวคือมีการยิงจรวด ยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังและปืนครกจำนวนหลายพันลูกมายังอิสราเอลทุกวัน ประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในรัศมีสองสามกิโลเมตรจากชายแดน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเมื่อหลายเดือนก่อน และขณะนี้ก็ยังไม่สามารถกลับบ้านเรือนของตน ทั้งยังไม่สามารถกลับไปทำงานในเรือกสวนไร่นาได้ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อิสราเอลจะถูกบังคับให้เข้าสู่สงครามที่มิได้อยากให้เกิดขึ้น อันจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเลบานอน
ทางด้านทะเลแดง กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนเป็นตัวแทนล่าสุดของอิหร่าน ที่นำอาวุธของอิหร่านมาใช้ เพื่อมุ่งทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค การโจมตีบรรดาเรือในทะเลแดงของกลุ่มกบฏฮูตี ส่งผลให้ราคาการขนส่งและสินค้าเพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก
นางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กล่าวว่า “อิสราเอลเรียกร้องให้ประชาคมโลกหยุดการกระทำของอิหร่านและบรรดาตัวแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสงครามขนาดใหญ่ในภูมิภาค อันจะส่งผลร้ายแรงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เราไม่หวังสิ่งใดมากไปกว่าสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อิสราเอลจะยังทำทุกวิถีทางที่จะนำตัวประกันกลับมา และเพื่อปกป้องพรมแดนและประชาชนของเรา”















