เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่19 หมู่ที่1 ต.หนองแวง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว หลังมีข่าวร่ำลือกันว่าบ้านหลังดังกล่าวได้เลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้าแบบกางมุ้ง สร้างรายได้อย่างงาม โดยได้พบนางอภิสรา บุตรหนัน เจ้าของบ้าน ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าเดิมตนมีอาชีพทำนา พอพักจากการทำนาจึงคิดจะหาอาชีพเสริมและได้ไปเห็นญาติที่ต่างจังหวัดเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้า ตนจึงอยากเลี้ยงบ้างจึงได้ไปเรียนรู้เทคนิคและวิธีการเลี้ยงจากญาติที่ต่างจังหวัด แล้วก็ขอแบ่งซื้อไข่ตั๊กแตน มาเพาะเลี้ยงที่บ้านของตนใน จังหวัดสระแก้ว โดยดัดแปลงพื้นที่ข้างบ้านทำเป็นกรงขนาดใหญ่คลุมด้วยผ้าสแลนสีเขียวลักษณะคล้ายมุ้ง ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่ากางมุ้งเลี้ยงตั๊กแตนฯ คุณอภิสราฯ ยังเล่าอีกว่า ตั๊กแตนที่ตน นำมาเลี้ยงคือสายพันธ์”ปาทังก้าโมจินไข่” ส่วนการจะเลี้ยงตั๊กแตนให้เจริญเติบโตเร็วนั้น สิ่งสำคัญก็คือต้องมีหญ้าไว้สำหรับให้ตั๊กแตนกิน ส่วนใหญ่จะใช้เป็น หญ้าหวาน และหญ้าเนเปียร์ เพราะโปรตีนในหญ้าทั้ง2ชนิดนี้สูง จะทำให้ตั๊กแตนโตไว
ส่วนการเลี้ยงนั้นใช้เวลาประมาณ 35 วัน ก็จะสามารถจับขายได้ส่วน ราคาขายตัวสด จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 300 บาท 1 กรงหรือ1มุ้ง จะสามารถจับขายได้ประมาณ 20-25 กิโลกรัม และนอกจากขายตัวสด แล้วเราก็ยังสามารถขายไข่ของตั๊กแตนได้อีกด้วย ซึ่งราคาไข่จะขายกันอยู่ที่กิโลกรัมละ 7,000-10,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งการที่จะเลี้ยงตั๊กแตนให้เจริญเติบโตได้สมบูรณ์แข็งแรงคือต้องมีแสงแดดเพียงพอ เพราะตั๊กแตนจะชอบแดดแต่ไม่ชอบฝน และกรงของตั๊กแตนจะต้องสะอาดต้องคอยเก็บขี้ตั๊กแตนออกจากกรงทุกวัน ส่วนอาหารก็จะเน้นเป็นหญ้า แต่ว่าต้องคอยดู อย่าให้อาหารขาดไม่อย่างนั้นแล้วตั๊กแตนจะกัดกินกันเองซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายได้ ตั๊กแตนเป็นอาหารที่ สามารถบริโภคได้ทุกเพศทุกวัย มีวิตามินสูง ดูแลไม่ยาก เลี้ยงง่ายโตไวสร้างรายได้อย่างงาม การหันมาเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้าพันธุ์โมจินไข่นั้น เพราะเลี้ยงง่ายโตไวทันใจดี เพราะตั๊กแตนเป็นสัตว์กินพืชจำพวกหญ้า เช่น หญ้าหวาน หญ้าเนเปียร์ที่มีโปรตีนสูง ต้องเตรียมไว้ให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโตในช่วงวัยของตั๊กแตนเพื่อให้มีความสมบูรณ์เหมาะต่อการบริโภค ที่ส่วนมากจะนำไปทอดกรอบเป็นเครื่องเคียง อาหารกินเล่นที่มีโปรตีนสูง ราคาไม่แพง บริโภคได้ทุกวัย
นอกจากนี้นางอภิสราฯ ยังบอกอีกว่า สำหรับตนเองจะใช้วิธีเปิดเพลงเบาๆไว้ คอยขับกล่อมให้ตั๊กแตนได้ฟังอีกด้วย ส่วน ขั้นตอนการเลี้ยงนั้นอันดับแรก จะต้องทำกรง หรือ มุ้ง โดยใช้ตาข่ายหรือสแลนพลาสติค เพราะมีสภาพโปร่งแสง ทำให้อากาศถ่ายเทดี จะทำให้ตั๊กแตนโตเต็มวัยอย่างรวดเร็ว สิ่งที่สำคัญที่สุดเน้นความสะอาดเป็นหลัก ตั๊กแตนเป็นแมลงที่มีศัตรูคือมด และสัตว์ปีก และสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ชอบอยู่กลางแจ้งเวลามีฝนตกต้องนำผ้าพลาสติกหรือแผ่นยางพารามาคลุมหรือทำเป็นหลังคา จะทำให้การเลี้ยงและดูแลง่ายขึ้น และต้องวางกรงให้ห่างจากพื้นดินที่ชุ่มน้ำเพราะจะทำให้เกิดความสกปรกและต้องห่างจากสารเคมีต่างๆด้วย เพราะอาจจะทำให้ตั๊กแตนตายได้ถ้ามีกลิ่นจากสารเคมี
หลังจากเลี้ยงประมาณ 35 วันก็สามารถขายเป็นตัวสดได้ ราคา 300 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถ้าขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ต้อง สังเกตุ การลอกคราบของตั๊กแตนก่อน เพราะตั๊กแตนที่จะนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ต้องลอกคราบ 5-6 ครั้ง ตั๊กแตนก็จะพร้อมวางไข่ ต้องนำทราย ที่ มีอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่แห้งหรือชื้นเกินไป นำเข้าไปวางไว้ในกรง ไว้ให้ ตั๊กแตนวางไข่ ใช้เวลาการวางไข่ 3 วัน หลังจากนั้นก็จะเข้าไปเก็บไข่ โดยการนำทรายมาร่อนให้เหลือแต่ไข่ของตั๊กแตน โดยไข่ตั๊กแตนนั้นจะมีทั้งตัวผู้และตัวเมียคละเคล้ากัน ในช่วงฟักตัวประมาณ 15 วันก็จะสามารถแยกเพศได้ โดยมีจุดสังเกตุตัวเมียจะตัวใหญ่กว่าตัวผู้ ต้องเฉลี่ยให้พอเหมาะกับสถานที่ที่จะทำการเพาะเลี้ยงระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย
ในช่วงแรกของการเลี้ยงลงทุนประมาณ 3,000 บาท หลังจากทดลองเลี้ยงเดือนแรกก็มีรายได้ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาทแล้ว โดยขายครบวงจรทั้งพันธุ์ทั้งไข่และตัวตั๊กแตน เหมาะสำหรับทำเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก คุณอภิสรา บุตรหนัน กล่าว
ชัชวาลย์ โสภาพันธ์ จ.สระแก้ว/รายงาน
















