สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน ธุรกิจประกันภัยต้องเผชิญกั บความท้าทายในหลายด้าน ทั้งสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้ าและการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในการประกอบธุรกิจ รวมถึ งมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย (TFRS 17) และแนวโน้มที่บริษัทประกันภัยต้ องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance: ESG) มากขึ้น
ดังนั้น บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องตื่สำหรับการควบรวมกิจการประกันภั ยคู่ล่าสุด คือ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษั ทประกันภัยที่มีเครือข่ายในระดั บสากล ได้ควบรวมกิจการเข้ากับบริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทผู้นำการรั บประกันภัยประเภทประกันภัยอุบั ติเหตุ และประกันภัยสุขภาพ โดยภายหลังจากการควบรวบกิ จการแล้วใช้ชื่อ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในการดำเนินกิจการ โดยได้รับความเห็ นชอบการควบรวมกิ จการจากคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คณะกรรมการ คปภ.) หลังจากนั้นบริษัทก็ได้ดำเนิ นการตามแผนการควบเข้ากัน ภายใต้หลักการสำคัญที่ได้รั บนโยบายจากคณะกรรมการ คปภ. คือ ต้องไม่ทำให้เสื่อมสิทธิ ประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยที่ ได้รับตามสัญญาประกันภัย และประกาศให้สาธารณชนทราบถึ งการควบกันของบริษัท
ส่วนความคืบหน้าล่าสุดนั้น ทางคณะผู้บริหารของบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามารับมอบใบอนุสำนักงาน คปภ. โดยคณะกรรมการ คปภ. เห็นว่า นโยบาย Consolidation จะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจประกั นภัยใช้ความรู้ความชำนาญและทรั พยากรต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนผู้ เอาประกันภัย และสำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎระเบี ยบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่ าว เพื่อให้การกำกับดูแลเป็ นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแลสากล เกิดความคล่องตัวและรวดเร็วยิ่ งขึ้น

















