กยท.ภาคตะวันออก MOU พันธมิตร ดันยางเครปบางสีน้ำตาลมุ่งสู่ตลาดยางคุณภาพสูง

วันที่ 23 มกราคม 2567 การยางแห่งประเทศไทย เขตภาคกลางและภาคตะวันออก จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การเชื่อมโยงการค้า สร้างนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตยางเครป บางสีน้ำตาลเกรดพรีเมี่ยม” ระหว่าง การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคกลางและภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด และบริษัท โกลบอล อินทิเกรทเต็ด เอ็นเตอร์ไพรซ์ (ไทย) จำกัด พร้อมจัดสัมมนาพัฒนาศักยภาพผู้นำสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง และพนักงาน กยท.ข.กอ. ประจำปี 2567  ตามโครงการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันด้านยางพาราร่วมกับผู้ประกอบกิจการยางเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ณ โรงแรม แซนด์ดูนส์ เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท

นายจิรวิทย์ มีชูภัณฑ์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคคกลางและภาคตะวันออก กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การเชื่อมโยงการค้า สร้างนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตยางเครปบางสีน้ำตาลเกรดพรีเมี่ยม” ระหว่าง การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคกลางและภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด และบริษัท โกลบอล อินทิเกรทเต็ด เอ็นเตอร์ไพรซ์ (ไทย) จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันด้านยางพาราร่วมกับผู้ประกอบกิจการยางเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ซึ่งจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ที่มีการแปรรูปผลผลิตโดยเฉพาะในเชิงของนวัตกรรมเพิ่มมูลค่า ใช้ยางปริมาณที่ไม่มากแต่ขายได้ในมูลค่าที่สูง บ่งบอกถึงความคุ้มค่าในการลงทุน เชื่อมโยงไปถึงเรื่องงบอุดหนุนของ กยท. ตามมาตรา 49(3) ที่ส่งเสริมให้สถาบันเกิดความเข้มแข็ง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

รวมถึงมีความคิดเชิงธุรกิจมุ่งสู่ภาคอุตสาหกรรม เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนายางพาราได้อย่างแท้จริง โดยยึดหลักการทำเกษตรกรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในส่วนของการผลิตยางเครปพรีเมี่ยม เป็นการแข่งขันในตลาดสินค้าคุณภาพสูง ไม่ใช่ตลาดที่แข่งขันในเรื่องปริมาณ ถือเป็นการสร้างความแตกต่าง ทำให้ตลาดยางพาราในภาคตะวันออกมีความโดดเด่น หากการแปรรูปยางเครปพรีเมี่ยมสามารถขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมจนไปสู่ภาคอื่นๆ  จะสร้างควาามมั่นคงให้เกษตรกร เพิ่มมูลค่าและยกระดับราคายาง ทำให้เห็นถึงศักยภาพของสถาบันเกษตรกรในเขตภาคกลางและภาคตะวันออกในการพัฒนาสู่การผลิตสินค้าคุณภาพสูงสามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ได้

นอกจากนี้ กยท.ข.กอ. ได้จัดให้มีการสัมมนาพัฒนาศักยภาพผู้นำสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง และพนักงาน กยท.ข.กอ. ประจำปี 2567 ในหัวข้อ สถาบันเกษตรกรทำอย่างไรให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การสร้างภาพลักษณ์-สร้างแบรนด์ขององค์กรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และการบริหารจัดการสินค้าเกษตรอย่างมีระบบ สู่การทวนสอบหรือสอบกลับ(Traceability) ซึ่งเป็นการให้ความรู้ที่สำคัญในการเพิ่มเติมประสิทธิภาพในการดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

ผศ.ดร.ปรียนันท์ สิทธิจินดาร์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี กล่าวว่า ความร่วมมือของโครงการนี้ ในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี จะให้การสนับสนุน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และดำเนินการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต เพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) พร้อมทั้ง ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานตามความร่วมมือเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการทำเกษตรกรรมที่คำนึงถึงกับสิ่งแวดล้อม อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และยั่งยืน

 นายนิพนธ์ เลาห์กิติกูล ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาในส่วนของการผลิตยางเครปสีน้ำตาล ได้รับการสนับสนุนจาก กยท.ในเรื่องของมาตรฐานการผลิตยางก้อนถ้วยที่ดี เรื่องงบสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการสนับสนุนในด้านการตลาด รวมถึงได้รับความรู้จากมหาวิทยาลัยในเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงงาน และความร่วมมือในการซื้อขายกับบริษัทฯ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดสู่ผู้ซื้ออย่างแท้จริง ซึ่งแม้ที่ผ่านมาปริมาณผลผลิตยางเครปบางสีน้ำตาลที่ออกมาในตลาดยังมีไม่มากนัก แต่ทางสหกรณ์มีพันธมิตรที่ดีในการร่วมมือในการผลิตอย่างเช่นสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดงตราด จำกัด และอีกหลายสหกรณ์ที่ให้ความสนใจในการผลิตยางเครปบางสีน้ำตาลคุณภาพดี ทำให้ต่อไปจะสามารถผลิตและรวบรวมสินค้าในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้เกิดความพร้อมสู่ภาคอุตสาหกรรม สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้และเกิดความเชื่อมั่นในเรื่องของปริมาณผลผลิตได้ดีขึ้น

.ส.กีรติญา กรณ์ชนาชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท โกลบอล อินทิเกรทเต็ด เอ็นเตอร์ไพรซ์ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า การร่วมลงนามความร่วมมือนี้ ทางบริษัทฯ เห็นว่าเป็นโอกาสอันดี ในการร่วมกันในการพัฒนาผลผลิตจากยางพาราโดยเริ่มจากต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ซึ่งจุดเด่นของยางเครปสีน้ำตาล คือไม่มีกลิ่น และลดการทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ตลาดมีความต้องการ หากผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มีในตลาดมากขึ้น ซึ่งผู้ผลิตเองจะต้องมีจุดยืนในเรื่องการตลาด เข้าหาผู้ใช้ที่ต้องการอย่างแท้จริง เพราะยางเครปสีน้ำตาลถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ และในเรื่องการของการผลิตซึ่งจะต้องเป็นไปให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด จากจุดนี้ต้องการให้ กยท. ผู้ที่ให้การสนับสนุนหลักและสหกรณ์บ้านสะท้อนฯ จะต้องร่วมกันพัฒนาการผลิต รวมไปถึงต้นทุนสินค้าให้เหมาะสมราคาและตลาด ซึ่งขอฝากในเรื่องการพัฒนากระบวนการผลิตยางธรรมชาติของประเทศไทย ให้สามารถผลิตได้เร็วมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อได้อย่างแท้จริง