ผศ.ดร.สถาพร แสงสุโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยบริหารศาสตร์ ม.แม่โจ้ เปิดเผยถึง การนำแนวทาง“ระบบเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” ของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมงานมหกรรมยางพาราและพืชเศรษฐกิจ EEC 2023 จ.ระยอง กับ สมาคมวิชาการและถุงมือยาง และสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ สืบเนื่องจากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทั้ง ในด้านสุขภาพที่ผู้คนต้องเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือที่เรียกว่า NCDs ซึ่งย่อมาจาก Non-Communicable diseases ที่มีปริมาณเพิ่มมากขั้น เช่น เบาหวาน, ไขมัน, ความดัน และมะเร็ง อันเกิดจากฐานการผลิตระบบการเกษตรที่ใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็นส่งผลให้อาหารมีการปนเปื้อนกับสารเคมีทำให้อาหารไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและส่งผลร้ายต่อสุขภาพตามมา
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สร้างองค์ความรู้เพื่อมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการวิจัยระบบเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยหลักการ 9 มิติ คือ 1.การเกษตรไร้สารเคมี 2.ผลิตอาหารเพื่อ สุขภาพ 3.สปาสุขภาพเพื่อฟื้นฟูร่างกาย 4.ระบบเศรษฐกิจ ชุมชน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ 5.สร้างสังคมแห่งความสุข 6.สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และ ประเพณี วัฒนธรรม 7.เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม/ BCG 8.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 9.ศูนย์วิจัยพัฒนา และศูนย์เรียนรู้ ด้านเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม มาเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ ทั้งทางด้านการเกษตร ด้านสุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม
“ตอนนี้ มีการขยายแนวคิดไปยังหลายพื้นที่ หนึ่งในนั้นอยู่ในพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.นครพนม , หนองคาย ,สกลนคร ส่วนที่สองล้านนาตะวันออก จ.แพร่ น่าน พะเยา ส่วนภาคตะวันออก มี จ.ระยอง ,ชลบุรี ส่วนในจ.เชียงใหม่ มีหลายจุด และอีกจุดหนึ่งกำลังพัฒนาอยู่ที่ ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายแห่งเสนอเข้ามา ซึ่งทาง ม.แม่โจ้ จะได้จัดฝึกอบรม ขยายผลไปยังชุมชน สังคม รวมถึง อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ที่หมู่บ้านห้วยราชบุตร ซึ่งเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงในเรื่องหมอกควันไฟป่า
ม.แม่โจ้ ต้องการให้เกิดการพัฒนา เรื่องเกษตรที่ไร้สารเคมี การนำเอาวัตถุดิบมาเผา เอามาแก้ปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อม จะนำไปเผยแพร่ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศลาว ที่หลวงพระบาง กับ เวียงจันทน์ ระบบเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นระบบที่สามารถที่จะเกื้อกูลกันในเรื่องของมิติในหลาย ๆ เรื่อง อาทิ BCG หรือ ระบบเศรษฐกิจสีเขียว ระบบหมุนเวียนต่าง ๆ ก็จะสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมที่เราได้เอาสิ่งที่เหลือใช้ต่าง ๆ เข้ามาหมุนเวียนมาใช้ในระบบสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อมของเรา
และเรื่องของ SDG Model ซึ่งพูดถึงความมั่นคงของชีวิต ในเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัว BCG Model เอง และ SDGs. Model เอง ก็จะเป็นมิติสามส่วนที่ร่วมผนึกกำลังกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาได้อย่างแบบองค์รวม เพราะว่าเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อมนี้ไม่สามารถที่อยู่ได้ด้วยตัวของโดยระบบเองได้ก็คงจะต้องใช้ตัวระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศที่ประเทศได้กำหนดเอาไว้แล้วเอามาช่วยในการขับเคลื่อน ซึ่งตัว BCG เอง ปัจจุบันนี้รัฐบาลก็กำลังขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวมไปถึง SDG.Model ซึ่งเป็นเป้าหมายของสหประชาชาติ อันนี้สุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อมของเราก็มีบทบาทที่สำคัญที่จะช่วยให้ในส่วนของ BCG และ SDGs สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้“
ผศ.ดร.สุริยจรัส เตชะตันมีสกุล คณบดีวิทยาลัยบริหารศาสตร์ ม.แม่โจ้ กล่าวว่า ม.แม่โจ้เป็นสถาบันการศึกษาที่มีความพร้อมในการถ่ายทอดระบบดังกล่าวและมีนโยบาย พัฒนาโครงสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พร้อมขับเคลื่อนไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ สู่ชุมชน จึงได้นำระบบ “เกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” มาใช้ในการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างความมั่นคง ทางด้าน อาหาร โดยอาหารที่ผลิตขึ้นต้องเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และต้องมีปริมาณเพียงต่อความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการผลิตต้องไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งการเผาป่าจนก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และเกิดหมอกควันที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งระบบเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งแปรผันโดยตรงส่งผลทำให้อาหารมีราคาแพงเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ ส่งผลพวงให้เกิดปัญหาด้าน อื่นๆ เช่น ภาวะโรคติดต่อ และเกิดปัญหาการว่างงานการว่างงานตามมา
“นโยบายเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่สำคัญของมิติของการพัฒนา เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติเลย เนื่องจากว่าผลกระทบสู่ภายนอก การผลิต การบริโภค และการจำหน่ายจ่ายแจก หรือกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด ล้วนแต่ที่ใช้ทรัพยากร เพราะฉะนั้นการใช้ทรัพยากรมันมีผลกระทบในเรื่องดุลยภาพในหลาย ๆ เรื่อง หรือมีผลกระทบด้านอื่นในหลายๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นในการพัฒนา มติในการพัฒนายั่งยืนจึงให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องของทุนธรรมชาติ ที่นี้ในวิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เราสอนเกี่ยวกับเรื่องการบริหารสาธารณะ การบริหารสาธารณะคือการทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ เราก็มีหลายภาพส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับการทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ โดยเฉพาะภาครัฐ รัฐถือว่าเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในการทำประโยชน์สาธารณะ
ส่วนที่สอง ปัจจุบัน ภาคเอกชน หันมาทำกิจกรรม CSR. หรือ ธุรกิจเพื่อสังคม เกี่ยวข้องกับคนหมู่มากและสาธารณะ ภาคประชาสังคม ชาวบ้านเองก็มีส่วนร่วมที่จะทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นในมิติของการสอนบริหารสาธารณะ มีสอนอยู่ 2 เรื่องก็คือเรื่องของการพัฒนาระบบบริหารองค์กรสาธารณะให้มีความแข็งแรง แล้วองค์กรสาธารณะเหล่านี้ก็ไปทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ ในมิติของการบริหารการพัฒนา เพราะฉะนั้นนโยบายในการบริหารการพัฒนาโลก เค้ามองอยู่ 2 กระแสหลักก็คือ หนึ่งกระแสก็คือพูดถึงความก้าวหน้า ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็คือต้องใช้ทรัพยากร โดยใช้ทรัพยากรของโลก เพราะฉะนั้นการใช้ทรัพยากรของโลกเยอะมากขึ้น หรือมนุษย์อยู่ในโลกของทุนนิยม อยู่ในโลกของการบริโภคมากขึ้น ผลกระทบก็มีมากมายตั้งแต่ระดับสังคม ระดับชุมชน ระดับบุคคลเลย โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพระดับบุคคล เรื่องของสุขภาพเรียกว่าโรคติดต่อ ไม่ติดต่อร้ายแรงที่เรารู้จัก ความดัน เบาหวาน พวกโรคมะเร็งอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ถือว่าเป็นภัยทางสาธารณะอย่างหนึ่ง หรือแม้กระทั่งเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็เช่นกัน
ทีนี้เพื่อจะปรับระบบการผลิตให้จะตอบสนองความต้องการของทุนนิยม ที่ต้องใช้ทรัพยากรสนองคนหมู่มาก ก็ต้องเร่งการผลิต ก็ใช้สารเคมี เพราะฉะนั้นเกษตรก็เป็นเกษตรสารเคมี ก่อผลกระทบสู่ภายนอกที่เป็นเป็นลบ ดังนั้นวิทยาลัยบริหารศาสตร์เองสอนเกี่ยวกับเรื่องนโยบายสาธารณะ สอนเกี่ยวกับเรื่องการบริหารการพัฒนา เพราะฉะนั้น จึงมีนโยบายบูรณาการภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะภาครัฐ เอกชน ประชาคม ชาวบ้าน ชุมชนให้มามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนตัวนโยบายสาธารณะ ในเรื่องของเกษตร อาหารและสุขภาพ ก็มีนโยบายให้ทางฝั่งของวิจัยและบริการวิชาการไปทำต้นแบบหรือที่เรียกว่า Social Lab แล้วก็เป็นแหล่งฝึกให้แก่นักศึกษาของเราในระดับปริญญาโท ปริญญาเอกให้เรียนรู้ถึงนโยบายการพัฒนาระดับโลก ระดับประเทศ และระดับมหาวิทยาลัย
ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้เองก็เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นเรื่องของการเกษตร เรื่องของอาหารและสุขภาพ ซึ่งก็มองในเรื่องของเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก นโยบายเกษตร อาหารและสุขภาพที่เรามีต้นแบบในรูปธรรมในการทำระดับชุมชน ผมคิดว่ามันสามารถที่จะไปบรรเทาปัญหาหมอกควันของประเทศได้ โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีวัตถุดิบ โดยเฉพาะเรื่องใบไม้ เศษไม้อะไรต่าง ๆ เพราะว่าศูนย์ของเรานี้มีเรื่องเกษตร เกษตรคือเราใช้วัตถุดิบที่เป็นท้องถิ่น ใบไม้ เศษไม้ต่าง ๆ มาทำเป็นปุ๋ย และมีนวัตกรรมที่นักวิชาการเราลงไปทำ ผมคิดว่าถ้าสามารถขยายวงกว้างในระดับพื้นที่ครอบคลุมหลาย ๆ ที่เพราะฉะนั้นเศษไม้ ใบไม้อะไรต่าง ๆ ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการเผานี้นะครับ ผมคิดว่าน่าจะทำมาเป็นระบบเรื่องของ Input หรือปัจจัย ทางเข้าคือปุ๋ย แล้วก็คิดว่าตรงนั้นมันทำให้เกิด ถ้ามองในเชิงหลักการทางวิทยาศาสตร์ก็คือว่า เมื่อต้นเชื้อเพลิงมันลดลงนะครับ ผมคิดว่าเรื่องโอกาสในการเผาหรือการเกิดไฟผมคิดว่ามันน่าจะลดลงนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับถ้าจะเกิดผลสัมฤทธิ์หรือมีประสิทธิผลได้มันจะต้องทำครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เป้าหมายหรือพื้นที่ที่เป็นปัญหาและพื้นที่ที่มีความต้องการในลักษณะนี้
สำหรับพื้นที่ จ.ระยอง เมืองท่องเที่ยวสำคัญ ในเขต EEC ทางม.แม่โจ้ได้มีเครือข่ายเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม 3 แห่ง คือ 1.สวนหอมมีสุข ต.กระเฉด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 2.ชมรมจิตอาสาราชประชาสมาสัย อ.เมืองระยอง 3.หาดแสงจันทร์รีสอร์ท ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ซึ่งจะได้มีแผนการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกัน
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่มีความพร้อมที่ได้นำองค์ความรู้ด้านเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อมไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่สร้างต้นแบบแห่งการเรียนรู้และปฏิบัติจริงเกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว รวมทั้งจะได้นำการวิจัยและพัฒนาตลอดจนองค์ความรู้ต่าง ๆ โดยมีศูนย์การเรียนรู้พร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อมขยายผลสู่พี่น้องประชาชนและผู้ที่สนใจ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ก้าวสำคัญของแนวนโยบายมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่จะได้ขับเคลื่อนให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อนำแนวทางดังกล่าวไป ขยายผลสู่การพัฒนา ชุมชน, ท้องถิ่น และในระดับประเทศให้ครอบคลุมช่วยแก้ไขปัญหา เกิดความยั่งยืนในชีวิตต่อไป

















