นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ธุรกิจประกันภัยเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ถึงแม้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาบริษัทประกันวินาศภัยจะพบกับวิกฤติอย่างหนักกับการรับประกันภัยสุขภาพ โดยเฉพาะการประกันภัยโรคระบาดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) แต่ทุกภาคส่วนของธุรกิจประกันภัยได้ร่วมแรงร่วมใจฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ และก้าวผ่านมาด้วยการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารความเสี่ยงมืออาชีพให้กับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างหลักประกันทางการเงิน การดำรงชีวิต และการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ต่อไป แต่เนื่องจากปัจจุบันการประกอบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด พฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงความเสี่ยงอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำหรับภาคธุรกิจประกันภัยที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การประกันภัยในโลกดิจิทัลและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
สมาคมประกันวินาศภัยไทย จึงได้จัด
สัมมนาการประกันภัย ครั้งที่ 27 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Building a Future-Proof Insurance Industry” เพื่อนำเสนอโลกทัศน์ที่สะท้อนถึ
งการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะส่
งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่
องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้
อมเพื่อก้าวไปสู่ยุคดิจิทัลอย่
างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขั
นและการดำเนินธุรกิจท่
ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้
ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพั
ฒนาประเทศไทย (TDRI) นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรั
พยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และกลุ่มอินทัช และ นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

รวมทั้งเปิดเวทีใน
การเสวนาหัวข้อ “Building a Sustainable Insurance Ecosystem” เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตให้กับธุ
รกิจประกันภัยไปสู่การเติบโตอย่
างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารของหน่วยงานที่ถื
อว่าเป็นศูนย์กลางของภาคธุรกิ
จประกันภัย ได้แก่
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย และ
นายจิตวุฒิ ศศิบุตร นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนมุ
มมองและถอดบทเรียนจากสถานการณ์
วิกฤติในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงโอกาสและความท้
าทายในการประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตให้ธุรกิ
จประกันภัยเจริญก้าวหน้าและเติ
บโตอย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้
สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้เรี
ยนเชิญผู้บริหารระดับสูงของธุ
รกิจประกันภัยและหน่วยงานที่เกี่
ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้
าร่วมการสัมมนากว่า 250 คน ซึ่งสมาคมฯ เชื่อมั่นว่าการสัมมนาในครั้งนี้
จะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ภาคธุรกิ
จประกันภัยได้มาร่วมกั
นกำหนดอนาคตของธุรกิจประกันภั
ยให้ก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้
าได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกยุ
คดิจิทัลได้อย่างแน่นอน