พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดกิจกรรม “การปฏิวัติการทำนาสู่ความยั่งยืน” จ.สิงห์บุรี ต่อยอดความสำเร็จตามนโยบายรัฐบาลส่งเสริมให้ชาวนาและเกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น
6 ม.ค.66 / พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดกิจกรรม ข้าวรักษ์โลก BCG Model (นาปรัง) ณ บริเวณพื้นที่นานำร่อง หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากโครงการข้าวรักษ์โลกต้นแบบ ระยะที่ 1 ภายใต้เศรษฐกิจ BCG Model เกษตรมูลค่าสูง ในพื้นที่ 20 กองทุนหมู่บ้านของ 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และ บุรีรัมย์

ทั้งนี้ การดำเนินการแล้วเสร็จ และประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยด้วยดี โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายจารึก กมลอินทร์ ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนแห่งประเทศไทย นายภณ ทัพพินท์กร นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมต่าง ๆ ภาคีเครือข่าย และประชาชน เข้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงพื้นที่แปลงนา นายกรัฐมนตรีได้ขับรถดำนาปลูกข้าวร่วมกับชาวนาและปล่อยปลานิลร่วมกับเกษตรกร พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการดำเนินโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model ที่เกษตรกรและหน่วยงานเกี่ยวข้องนำมาจัดแสดงไว้ เช่น กระบวนการผลิตข้าวและการทำนารูปแบบ BCG การวางแผน การตรวจสอบ และประโยชน์ การสาธิตเทคโนโลยีทางการเกษตร เป็นต้น
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดกิจกรรม โครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model (นาปรัง) ในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ในวันนี้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการริเริ่มดำเนินโครงการข้าวรักษ์โลก BCG Model (นาปรัง) แล้ว โดยจะมีการนำร่องผลิตข้าวนาปรัง หรือข้าวที่เพาะปลูกในฤดูแล้งหรือนอกฤดูฝนในพื้นที่เป้าหมาย 10 จังหวัด (จ.เชียงราย จ.กำแพงเพชร จ.พิษณุโลก จ.นครสวรรค์ จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง และ จ.สงขลา) เพื่อส่งเสริมให้ชาวนาและเกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น และนำไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาข้าวไทยให้เป็นสินค้านำรายได้เข้าประเทศ เพื่อนำกลับมาพัฒนาเกษตรกรไทย อย่างมั่นคง และยั่งยืน ทั้งนี้ ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากความรักความสามัคคีของทุกคน

ด้านนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จังหวัดสิงห์บุรีมีข้าวคุณภาพสายพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งข้าวปทุมธานี 1 ข้าว กข 41 และข้าว กข 47 พร้อมย้ำถึงการทำการเกษตรและผลิตข้าวให้มุ่งเน้นไปสู่การผลิตข้าวคุณภาพสูง ลดการใช้สารเคมีหันมาใช้ปุ๋ยจุรินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพแทน สามารถลดต้นทุนการผลิตและลดการนำเข้าและซื้อปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ เพื่อทำเกษตรอย่างปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สร้างอาชีพ รายได้ให้กับประชาชนอย่างมั่นคง

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของโลก รวมทั้งแนะนำให้เกษตรกรศึกษาและหาแนวทางในการ “ทำนาเปียกสลับแห้ง” ซึ่งเหมาะสำหรับสถานการณ์ภัยแล้งและในภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายจังหวัด สามารถบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ให้เพียงพอต่อความต้องการของต้นข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกษตรกรยังสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้ รวมทั้งให้มีการรวมกลุ่มกันทำเกษตรแปลงใหญ่ให้มากขึ้น และร่วมกันขับเคลื่อน BCG Model ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ประกาศไว้

ที่สำคัญ มุ่งการพัฒนาและการเจริญเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสภาวะโลกร้อน สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของทั่วโลก พร้อมแนะนำให้ใช้สื่อโชเซียลหรือยูทูปให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเรียนรู้และศึกษาด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านการทำเกษตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงโลกและเทคโนโลยี
หยกดำ ส่องเขียว รายงาน

















