จากกรณีลิงเสนจากเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก-เขาเตาหม้อ ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายาง จ.เพชรบุรี ยกฝูงเข้าทำลายแปลงปลูกมันสำปะหลังเสียหายจำนวนมาก โดยมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาวิธีป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากลิงเสนดังกล่าว
เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2566 นายชูชาติ โชคลาภ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก-เขาเตาหม้อ ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พร้อม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลกลัดหลวงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลกลัดหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกรณีนายอนันต์ ยิ่งแย้ม เกษตรกรได้ร้องเรียนว่า ลิงเสนได้บุกเข้าทำลายพื้นไร่ในเขตหมู่ที่ 2 ต.กลัดหลวงจนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พบกับนายอนันต์ผู้ร้อง และลงพื้นที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่านายอนันต์ ยิ่งแย้ม อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 5 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้เช่าพื้นที่ดำเนินการปลูกพืชผลการเกษตร จำนวน 400 ไร่ โดย ปลูกมันสำปะหลัง ไปแล้วจำนวน 200 ไร่ อายุเก็บเกี่ยวผลผลิต ประมาณ 10 – 12 เดือน ปรากฎว่า มีลิงเสนเข้ามารื้อถอนต้นมันสำประหลัง อายุประมาณ 3 เดือน ทำให้พืชผลทางการเกษตร (มันสำประหลัง)ได้รับความเสียหาย
คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจวัดพื้นที่ความเสียหายที่ลิงเสนรื้อถอนต้นมันสำประหลัง ประมาณ 4-2-26.5 ไร่ บริเวณพิกัดกลางแปลงจุดเกิดเหตุที่ 47 P 580724N 1415483E ซึ่งอยู่นอกแนวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก-เขาเตาหม้อ บ้านท่าโตนด หมู่ที่ 2 ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี อายุมันสำประหลัง ประมาณ 3 เดือน โดยนายอนันต์ ยิ่งแย้ม ได้ล้อมรั้วด้วยลวด ความยาวประมาณ 1,000 เมตร ความสูงประมาณ 1.70 เมตร (ลวด 13 เส้น) ปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงต่ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ลิงเสน เข้าไปทำลายพืชผลทางการเกษตร(มันสำปะหลัง)
คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้
เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลกลัดหลวง เขียนโครงการเพื่อของบประมาณทำหมันลิงเสนบรรจุเข้าแผนพัฒนาท้องถิ่นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
นายอนันต์ ยิ่งแย้ม แจ้งว่าจะดำเนินการประสานสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณทำหมันลิงเสนพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก- เขาเตาหม้อ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี
โดยทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก-เขาเตาหม้อ สนับสนุนเจ้าหน้าที่ผลักดันลิงเสนกลับเข้าพื้นที่ป่าไม่ให้ไปรบกวนทำลายพืชผลทางการเกษตร(มันสำปะหลัง)
ลิงเสน หรือ ลิงหมี (อังกฤษ: Stump-tailed macaque, Bear macaque) เป็นลิงชนิดหนึ่ง ที่สามารถพบได้ในประเทศไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Macaca arctoides จัดอยู่ในวงศ์ลิงโลกเก่า (Cercopithecidae)
ลักษณะลำตัวยาว หลังสั้น ขนยาวสีน้ำตาล หน้ากลม หางสั้น ลูกลิงมีขนสีขาว และเปลี่ยนเป็นสีเข้มเมื่อมีอายุมากขึ้น ใบหน้าเป็นสีชมพู หรือ สีแดงเข้ม ถึงน้ำตาล และมีขนเล็กน้อย ลิงเพศผู้มีลำตัวใหญ่กว่าลิงเพศเมีย มีน้ำหนัก 9.7-10.2 กิโลกรัม ลิงเพศเมีย มีน้ำหนัก 7.5-9.1 กิโลกรัม ลิงเสนเพศผู้มีเขี้ยวยาว และ อาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม มีถุงเก็บอาหารใต้คาง หางสั้นมากจนดูเหมือนกับไม่มีหาง ก้นแดง หน้าท้องมีขนน้อย ขนบนหัวจะขึ้นวนเป็นก้นหอย ขนที่แก้มชี้ไปทางหลังและคลุมหูไว้ และยังมีกลิ่นตัวที่เหม็นมากการกระจายพันธุ์สามารถพบได้ในป่าทุกชนิดของเขตร้อนและกระจายกันอยู่แถบตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย, ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ทางตะวันตกของมาเลเซีย, แหลมมลายู, พม่า, ไทย, เวียดนาม และ ทางตะวันออกของบังคลาเทศ
นิเวศวิทยาและพฤติกรรม กินผลไม้ พืชผัก รวมถึงแมลงขนาดเล็ก อาศัยอยู่เป็นฝูงใหญ่ มีการปกครองตามลำดับอาวุโส แต่เมื่อเวลากินอาหารมักจะทะเลาะกันเป็นเสียงดัง โดยมักหากินตามพื้นดินมากกว่าต้นไม้ในเวลากลางวัน
เริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 3-4 ปี ระยะตั้งท้องนาน 146 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว และมีอายุยืนกว่า 20 ปี
สำหรับในประเทศไทย ลิงเสนเดิมพบได้ทุกภูมิภาค แต่ปัจจุบันมีสถานะในธรรมชาติที่ลดลงเป็นจำนวนมาก จนเหลือเพียงไม่กี่ฝูงเท่านั้น อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง, อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง, อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง, อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง เป็นต้น มีสถานะทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
สุรพล นาคนคร จ.เพชรบุรี/รายงาน

















