“รฎาวัญ” สะกิด มีแต่ข่าว “กระแส กับ กระสุน” ของพรรคการเมืองใหญ่ แต่พรรคเสมอภาคชู”การเมืองเชิงนโยบาย”สู้ศึกเลือกตั้ง ชี้ “ใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี”ช่วยเพิ่มสัดส่วนสตรีทางการเมืองได้
17ธ.ค.65 / นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค นำคณะกรรมการบริหารพรรคเสมอภาคเข้าร่วมงานเสวนาระดับภูมิภาค”แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับภูมิภาคในการส่งเสริมผู้นำทางการเมืองของสตรี” เช่น ดร.ฐิติพร ฌานวังศะ เลขาธิการพรรค นายพนิชพงศ์ แสงทอง รองหัวหน้าพรรค นส.ชีวิตชีวา สิทธิวงษ์ โฆษกพรรค และนส.นลินภัสร์ องค์คุณารักษ์ กรรมการบริหารพรรคเสมอภาค งานนี้จัดโดย สมาคมส่งเสริมบทบาทหญิงชายและการพัฒนา โดยมีหลายองค์กรร่วมสนับสนุน มีการเชิญนักกาเมืองระดับ อดีตรัฐมนตรี, ส.ว., ส.ส. จากประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ เวียตนาม มาเลยเซีย อืนโดนีเซียและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองเข้าร่วม ณ. ห้องประชุม บีบี201 ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา กรุงเทพมหานคร วันที่ 16 ธ.ค.2565

นางรฎาวัญ กล่าวในการเสวนาตอนหนึ่งว่า การจะเพิ่มสัดส่วนนักการเมืองหญิงได้สำเร็จนั้น นักการเมืองหญิงทุกคนต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีพฤติกรรม การวางตัวเหมาะสม และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นแบบอย่างและสร้างแรงจูงใจให้ผู้หญิงก้าวเข้าสู่การเมืองมากขึ้น และเพื่อให้สังคมยอมรับนักการเมืองหญิงเพิ่มขึ้น และควรใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีฝึกอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในการเป็นผู้นำทางการเมืองของสตรี ซึ่งเงินกองทุนก็มีอยู่แล้ว และพรรคเสมอภาคมีนโยบายจะผลักดันให้เพิ่มเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เฉลี่ยหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้สตรีมีศักยภาพ บทบาทสำคัญและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจและการเมืองอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่

ส่วนการเตรียมพร้อมเข้าสู่การแข่งขัน เพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหัวข้อเสวนาในช่วงบ่ายนั้น นางรฎาวัญกล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยวันนี้ทั้งนักการเมืองและสื่อมวลชนพูดถึงแต่ “กระแส” และ “กระสุน” พรรคการเมืองใหญ่ก็เร่งดูดดึง ส.ส.ระหว่างพรรค แต่พูดถึง “นโยบาย” ที่จะช่วยเหลือประชาชนน้อยมาก ในฐานะที่เป็นนักการเมืองหญิง และเป็นหัวหน้าพรรคเสมอภาค ต้องให้ความสนใจและสามารถกำหนดนโยบายทางด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจและด้านการเมืองได้ เราใช้นโยบายนำหน้าในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพราะเรายึด ” การเมืองเชิงนโยบาย” เป็นหลัก
ที่สำคัญ มุ่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความยากจนปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัวให้แก่เกษตรกรทุกกลุ่ม ทั้งชาวนา ชาวสวน และ ชาวไร่ ที่มีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อให้มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการร่วมกำหนดราคาขายผลผลิตคู่กับพ่อค้าผู้ซื้อ ที่พรรคเสมอภาคได้กำหนดไว้ในกฎหมายแล้ว โดยจะผลักดันให้ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพชาวนาชาวสวนชาวไร่” ให้สำเร็จซึ่งจะเป็นกฎหมายฉบับแรกในประเทศไทย ที่กำหนดให้โอกาสตัวแทนชาวนาชาวสวนชาวไร่ สามารถกำหนดราคาขายผลผลิตของตนเองได้ จะเป็นการแก้ไขปัญหา ที่เป็นต้นเหตุของความยากจนนั่นก็คือ การถูกกดราคาถูกเอารัดเอาเปรียบตลอดมาได้อย่างเป็นรูปธรรม จะสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย ช่วยปลดหนี้สินให้เกษตรกรได้จริง

” แม้ว่าตนเองเป็นนักการเมืองหญิง แต่ไม่เคยหวาดกลัวปัญหาและภัยอันตรายทั้งสิ้น ถ้าคิดจะทำงานช่วยเหลือประชาชนให้หลุดพ้นจากปัญหาความเดือดร้อน พรรคเสมอภาคจึงกล้าที่จะนำนโยบายใหม่ แปลกแตกต่างและเป็นจริงได้ มาเสนอให้ประชาชนพิจารณาให้การสนับสนุน นอกเหนือจากเขียนกฎหมายให้สิทธิให้โอกาสเกษตรกรกำหนดราคาขายผลผลิตได้ด้วยตนเองแล้ว เรายังจะผลักดันให้ตั้งกระทรวงการแพทย์แผนโบราณและสมุนไพรไทยให้ได้ เนื่องจากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยซึ่งมีตำรับยาแผนไทยมากกว่าพันตำรับ มีผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย มีวิชาการนวดแผนไทย มีการรักษาด้วยการแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ชนเผ่า ที่สามารถดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ประชาชนโดยใช้งบประมาณไม่มากเลย และยังจะช่วยส่งเสริมอาชีพปลูกพืชสมุนไพร ส่งเสริมการแปรรูปและสามารถส่งออกไปทั่วโลก”

“กระทรวงใหม่นี้จะเป็นกระทรวงเศรษฐกิจสามารถช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร ให้กลุ่ม SMEs ให้โรงงานอุตสาหกรรม ตลอดถึงช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้แน่นอน โดยพรรคเสมอภาคจะเน้นเกษตรอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาปุ๋ยและยาฆ่าแมลงมีราคาแพงมาก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ด้วยการลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรลง จะทำให้พืชผักผลไม้ ข้าวและอาหารไทยปลอดภัย ส่งออกสู่ครัวโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม และขอให้กำลังใจนักการเมืองหญิงทุกคนทุกพรรค ประสบความสำเร็จในเส้นทางการเมืองสมความปรารถนา” นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าว
หยกดำ ส่องเขียว รายงาน

















