วันอาทิตย์ 21 มิถุนายน 2026
หน้าแรก Headline เวทีถกผลสำรวจ “สุขภาวะสื่อไทย”เสนอใช้หลักศาสนาคลายทุกข์

เวทีถกผลสำรวจ “สุขภาวะสื่อไทย”เสนอใช้หลักศาสนาคลายทุกข์

25 ต.ค. 65 มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ(มสส.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมโฟกัสกรุ๊ป “สุขภาวะสื่อมวลชนไทย ในกระแสความเปลี่ยนแปลง”  ที่ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ รัชดา โดยมี นางสาวศิริวรรณ นพรัตน์ ดำเนินรายการ

นายศรีสุวรรณ ควรขจร กรรมการกองทุน สสส.กล่าวว่า สื่อมวลชน ถือเป็นอีกภาคีเครือข่ายที่สสส. เห็นถึงความสำคัญ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทในการให้ความรู้รณรงค์ ประเด็นปัจจัยเสี่ยงสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันสื่อมวลชน เป็นอีกกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่และดื่มสุรา ดังนั้น สสส. จึงได้สนับสนุนการทำงานของ มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) รณรงค์ ลด ละ เลิก บุหรี่ กำหนดสื่อมวลชนเป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ และสะท้อนมุมมองต่อบทบาทการเป็น ผู้ชี้นำสังคมสุขภาวะและร่วมลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาบุหรี่และสุรา  พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนทัศนคติเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทาง สุขภาพของตนเองและครอบครัว

การจัดประชุมโฟกัส กรุ๊ป ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้สื่อมวลชน ร่วมรณรงค์ประเด็นสุขภาวะทั้งภายในและภายนอกองค์กร การค้นหาสื่อมวลชน และ องค์กรสื่อมวลชนต้นแบบ โดยพิจารณาจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและการนำเสนอข้อมูลข่าวสารการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง การค้นหาสื่อมวลชนที่ต้องการลดการสูบบุหรี่ และการผลิตสื่อรณรงค์ในรูปแบบ คลิปวีดีโอ เพลง และมิวสิควีดีโอที่เกี่ยวกับประเด็นสุขภาวะด้วย

ขณะที่ นายอภิวัชร์ เกตุทัต ประธานมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) กล่าวว่า จากการจัดกิจกรรมกับสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์วิทยุและออนไลน์ 8 องค์กร ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนเป็นอย่างดี โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการสำรวจสถานการณ์สุขภาพของสื่อมวลชน  ด้วยการจัดส่งแบบสอบถามไปยังกองบรรณาธิการรวม 160 ชุด ผลการสำรวจพบว่าสุขภาพส่วนใหญ่ 78.4 % ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนอีก 21.6% มีโรคประจำตัว โรคที่เป็นมากที่สุดคือภูมิแพ้ รองลงมาคือไวรัสตับอักเสบบีเกาต์และโรคข้อ ส่วนใหญ่ 74.5% มีการตรวจสุขภาพประจำปีส่วนอีก25.5% ไม่ได้ตรวจ โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเวลาและไม่ได้มี อาการป่วยอะไร เลยไม่ตรวจ

ขณะที่สื่อมวลชน 66.7% มีการออกกำลังกาย อีก 33.3% ไม่ออกกำลังกาย ให้เหตุผลว่าไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่เหมาะสมและขี้เกียจ ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เรื่องการสูบบุหรี่ สื่อมวลชน 74.5% ไม่สูบบุหรี่ อีก 25.5 % สูบหรือเคยสูบ เหตุผลที่ไม่สูบ 39.3% ไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ รองลงมา 37.7% เห็นว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความถี่ในการสูบ 38.5% สูบ 2-3 สัปดาห์ต่อซอง รองลงมา 15.4% สูบ 2-3 วันต่อซอง ที่น่าสนใจส่วนใหญ่มากถึง 76.92% คิดที่จะเลิกสูบ เพราะต้องการให้สุขภาพดีรองลงมาจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เมื่อถามว่าแล้วเลิกสูบบุหรี่ สำเร็จหรือไม่ คำตอบที่ได้คือเลิกได้กับเลิกไม่ได้ คิดเป็น 50% เท่ากัน สาเหตุสำคัญที่เลิกไม่สำเร็จคือใจไม่แข็งพอ ส่วนคนที่เลิกสำเร็จ 60% บอกว่าเพราะ เป็นความตั้งใจของตนเองที่จะเลิก ที่น่าสนใจคือสื่อส่วนใหญ่ 94.12% ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า เหตุผล เพราะรู้ว่าผิดกฎหมาย รองลงมาคือคนในครอบครัวไม่สูบ, เคยสูบแล้วปอดชื้น ส่วนคนที่สูบให้เหตุผลว่าไม่ต้องหาที่ ทิ้งก้นบุหรี่และเข้าใจว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สำหรับพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่ 62.8% ยังดื่มอยู่ ความถี่ในการดื่มนั้น 53.8% ดื่ม เดือนละครั้ง รองลงมาดื่มสัปดาห์ละ ครั้งและนานๆครั้ง สถานที่ที่ดื่มส่วนใหญ่ดื่มที่บ้านตัวเอง รองลงมาดื่มที่ร้านอาหาร และดื่มที่บ้านเพื่อน คำถามสำคัญคือคิดจะเลิกดื่มหรือไม่  71.88% ไม่คิดจะเลิกดื่ม เพราะดื่มปริมาณน้อย, ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ส่วนคนที่คิดจะเลิกดื่มมีถึง66.7%ที่เลิกไม่สำเร็จเพราะยังไม่ชนะใจตัวเอง ด้านการพนัน 64.7% ไม่เคยเล่นการพนัน แต่มีถึง 35.3% เคยเล่นการพนัน และมีถึง 51.9% ซื้อลอตเตอรี่ เพราะมองว่า ไม่ผิดกฎหมายไม่ใช่การพนันรองลงมาคือหวยใต้ดิน ส่วนการเกิดอุบัตินั้นส่วนใหญ่ 80.4%ไม่เคยประสบอุบัติเหตุคนที่เคยเกิดอุบัติเหตสาเหตุหลัก มาจากขับรถด้วยความเร็ว ตามด้วยผู้ใช้รถร่วมทางประมาท

นายอภิวัชร์  ยังมีข้อเสนอถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วนด้วยกันคือ หนึ่ง ข้อเสนอในการทำงานกับองค์กรสื่อมวลชน ควรรณรงค์ให้องค์กรสื่อมวลชนกำหนดให้เป็นนโยบาย หรือมาตรการองค์กรในการตรวจสุขภาพประจำปีที่จัดให้พนักงานทุกคนจัดให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย การแก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ การมีมาตรการองค์กร การรณรงค์ และหากสื่อต้องการเลิกบุหรี่ แอลกอฮอล์จะเติมเทคนิค เอาชนะใจตัวเองได้อย่างไร รวมทั้งการรณรงค์เรื่องการพนันและอุบัติเหตุด้วย สอง ข้อเสนอในการทำงานกับกองบรรณาธิการสื่อทั้ง 4 ประเภท โดยเสนอให้เข้าร่วมกิจกรรมของภาคี ร่วมสื่อสารสาธารณะ รณรงค์และขับเคลื่อนมาตรการและนโยบายสาธารณะด้านสุขภาวะในทุกระดับ และ สามคือ ข้อเสนอต่อภาคีและ สสส.ด้วยการสื่อสารอย่างใกล้ชิดทันท่วงทหีรือยามที่ต้องการข้อมูลหรือองค์กรไปหนุนเสริม รวมทั้งจัดการประชุมร่วม กัน เพื่อสร้างแกนนำและสร้างเครือข่ายสื่อมวลชน เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนการทำงานด้านสุขภาวะในทุกมิติซึ่ง มสส.พร้อมเป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกัน

ด้านสื่อมวลชนที่เข้าร่วมกิจกรรมโฟกัสกรุ๊ปในครั้งนี้ ร่วมแสดงความเห็นโดยสรุปว่า ปัจจุบันคนทำสื่อทุกแขนงมีความเครียดจากการนำเสนอข่าวสารต่างๆอยู่แล้ว สื่อโทรทัศน์มีความเครียดในเรื่องเรตติ้ง ในทุกช่วงเวลา เพราะมีการแข่งขันสูง มีคู่แข่งเกิดขึ้นจำนวนมาก  ขณะที่ คนสื่อออนไลน์ ต้องทำงานแบบครบวงจร เรียกว่า คนเดียวทำทุกหน้าที่ ซึ่งหนทางแก้ปัญหาความเครียดในชีวิตประจำวันของคนทำสื่อ มีข้อเสนอว่า ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเอง เป็นสำคัญ ด้วยการทำให้ชีวิตมีความสุขในทุกมิติ โดยนำหลักศาสนามาใช้ เมื่อเสร็จงานในแต่ละวัน ควรปล่อยวางปัญหา หาเวลานั่งสมาธิผ่อนคลาย นอนหลับให้สนิท เมื่อใจมีความสุข กายก็จะมีความสุขไปด้วย 

กานต์ เหมสมิติ  รายงาน