“ประสพ บุษราคัม” หวนคืนการเมืองสังกัด”พรรคเสมอภาค” ชู “พ.ร.บ.ส่งเสริมอาชีพชาวนา ชาวสวน ชาวไร่” มุ่งขจัดปัญหาความยากจนที่ถูกกดราคาผลผลิตมายาวนาน เกษตรกรไทยจะได้มั่งคั่งร่ำรวย
15 ต.ค.65 / นายประสพ บุษราคัม ประธานที่ปรึกษาพรรคเสมอภาค อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์นายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี 6 สมัย กล่าวว่า จากประสบการณ์ 46 ปีทางด้านการเมืองเริ่มต้นตั้งแต่สมัยสังกัดพรรคกิจสังคมของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช และอีกหลายพรรคได้มองเห็นสภาพชีวิตความเป็นอยู่ความยากจน การถูกเอารัดเอาเปรียบของชาวนาตลอดมา
แม้ว่าแต่ละรัฐบาลได้มีนโยบายช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรก็ตาม บางนโยบายก็ดี บางนโยบายก็ไม่ได้ผล บางนโยบายก็มีการทุจริตแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างน่าสลดใจ ตนเองเป็นลูกหลานของชาวนาในภาคอีสานซึ่งเป็นดินแดนที่ขาดแคลนน้ำ ทำการเกษตรไม่ได้ผล ชาวนาในภาคอีสานจึงมีฐานะยากจน มีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกหลานชาวอีสานจึงต้องดิ้นรนไปทำงานต่างถิ่นและต่างประเทศเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว หาเงินมาให้พ่อแม่ใช้หนี้ ส่วนพ่อแม่ที่ทำนาก็ประสบกับปัญหาขาดทุนเนื่องจากไม่สามารถกำหนดราคาขายผลผลิตของตนเองได้ ราคาซื้อขายขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลาง ขึ้นอยู่กับโรงสีโรงงานเท่านั้น จึงถูกเอารัดเอาเปรียบด้านราคาผลผลิตตลอดมาทุกยุคทุกสมัย

นายประสพ กล่าวว่า นโยบายของแต่ละรัฐบาลก็แก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด ไม่ตรงกับปัญหาที่แท้จริง ประกอบกับบางครั้งรัฐบาลมีนโยบายดีแต่พอเปลี่ยนรัฐบาลไม่มีการสานต่อ เกษตรกรก็กลับมาจนเหมือนเดิม การแก้ไขปัญหาของเกษตรกรจำเป็นจะต้องแก้ไขที่ราคาขายผลผลิต จะต้องมีกฎหมายส่งเสริมอาชีพการเกษตรโดยเฉพาะ

ด้านนายพนพภณษฎ์ ทองคำ ประธานฝ่ายกฎหมายและเรื่องราวร้องทุกข์พรรคเสมอภาค กล่าวว่า ท่านรัฐมนตรีประสพ บุษราคัมได้ขอให้ผมยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมอาชีพชาวนาและได้นำไปเสนอให้กับหลายพรรคเพื่อกำหนดเป็นนโยบายของพรรคแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ จึงนำมาเสนอต่อท่านรัฐมนตรีรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาคซึ่งให้ความสนใจมากเพราะสอดคล้องกับแนวนโยบายของพรรคเสมอภาค และขอให้เพิ่มการช่วยเหลือชาวสวนและชาวไร่เข้าไปด้วย
ในที่สุดจึงร่างเป็น ” พระราชบัญญัติส่งเสริมอาชีพชาวนา ชาวสวนและ ชาวไร่ ” โดยสาระสำคัญคือการให้ตัวแทนของชาวนา ชาวสวน ชาวไร่มีส่วนร่วมในการกำหนดราคาผลผลิตการเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจทุกชนิด มีการประกาศราคาล่วงหน้าช่วงเริ่มฤดูการผลิต เมื่อหักต้นทุนแล้วต้องมีกำไรอย่างต่ำ 30% และให้มีกองทุนรองรับการซื้อขายผลผลิตช่วงปลายฤดูการผลิตหากขายได้ต่ำกว่าราคาที่ประกาศล่วงหน้า แต่ถ้าขายได้ราคาสูงกว่าราคาล่วงหน้าเกษตรกรกรและกองทุนก็จะได้รับส่วนแบ่งในราคาที่ขายได้สูงขึ้นนั้นด้วย
ที่สำคัญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรจะต้องแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้รับมานานเข้ากองทุนด้วย ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุของเกษตรกร การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อมีผลบังคับใช้แล้วจะทำให้เกษตรกรรู้ราคาขายล่วงหน้า จะสามารถวางแผนการใช้จ่ายของครอบครัวได้ล่วงหน้า จะมีเงินใช้หนี้ จะมีเงินใช้จ่ายในครอบครัวอย่างชัดเจน และจะมีเงินออมเพื่ออนาคตอย่างมีความสุข
ทั้งนี้ วิธีการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรตามหลักการของพระราชบัญญัติส่งเสริมอาชีพชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ของพรรคเสมอภาคฉบับดังกล่าวนี้ สามารถทำได้จริงและจะใช้เงินงบประมาณแผ่นดินน้อยมาก จึงแตกต่างจากการประกันราคาข้าว และการจำนำข้าว จากประสบการณ์ทำงานด้านกฎหมายในส่วนราชการและในรัฐสภามานานผมเห็นว่า”การแปลงนโยบายเป็นกฎหมาย”ของพรรคเสมอภาคเป็นการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความยากจน ความเหลื่อมล้ำของประชาชนได้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าว ” พรรคเสมอภาคเราพิจารณาดูความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการเมืองทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติของท่านประสพ บุษราคัม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตราพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ 2533 และอาจารย์พนพภณษฎ์ ทองคำ ท่านเคยดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการกองนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพย์สิน สำนักงาน ปปง. และที่ปรึกษาด้านกฎระเบียบข้อบังคับ มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ(มศว.)
นางรฎาวัญ กล่าวต่อว่า “ทั้งเคยเป็นรองประธานกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายและประธานอนุกรรมการของสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะ และเคยเป็นวิทยากรบรรยายกฎหมาย ปปง.ให้แก่หน่วยงานต่างๆ และสภาทนายความมากว่า 14 ปี รวมทั้งเป็นผู้ยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (กฎหมาย ปปง.) และกฎกระทรวง ระเบียบประกาศต่างๆ ที่ใช้ในสำนักงาน ปปง. ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ(ปปท.) ร่างพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก และร่างพระราชบัญญัติที่สำคัญอีกนับร้อยฉบับ ซึ่งท่านได้ช่วยนำนโยบายที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติของพรรคเสมอภาคมายกร่างเป็นพระราชบัญญัติอีก 10 กว่าฉบับ ”
“ สร้างจุดเด่นให้พรรคเสมอภาคด้วย”การแปลงนโยบายเป็นกฎหมาย” เพื่อการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง เป็นปึกแผ่นอย่างมั่นคง และเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ความเดือดร้อน ความเหลื่อมล้ำให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความอยู่ดีมีสุขอย่างเสมอภาค เท่าเทียม ทั่วถึง ยุติธรรมและอย่างยั่งยืน ด้วยอุดมการณ์การเมืองที่ขาวสะอาด” นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าว
หยกดำ ส่องเขียว รายงาน

















