วันพฤหัสบดี 25 มิถุนายน 2026
หน้าแรก Headline “หุ่นพยนต์”มีไว้ติดบ้านเรือนบูชาติดตัวเหมือนมี”แก้วสารพัดนึก”ขอได้ไหว้รับ

“หุ่นพยนต์”มีไว้ติดบ้านเรือนบูชาติดตัวเหมือนมี”แก้วสารพัดนึก”ขอได้ไหว้รับ

พระนครศรีอยุธยา เคยเป็น ราชธานีมีหลักฐานของการเป็นบ้านเมืองอยู่ในถิ่นลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18 เมืองอโยธยา หรือ อโยธยาศรีรามเทพนคร หรือ เมืองพระราม เป็นบ้านเมืองที่มีความเจริญทางการเมือง การปกครอง และมีวัฒนธรรมที่ดีและรุ่งเรือง ต่อมาเสียกรุงครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2106 ด้วยสาเหตุมาจาก “สงครามช้างเผือก” เพราะต้องการเมืองสยามมาเป็นประเทศราช

27ส.ค.65 / ในปีพุทธศักราช 2127 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกู้คืนมาได้และในปีพุทธศักราชที่ 2307 เราก็เริ่มด้วยความขัดแย้งกันเองภายในจนเกิดความอ่อนจึงต้องตกเป็นของพม่าในครั้งที่สอง พระเจ้าตากสินมหาราช จึงได้กอบกู้เอกราชด้วยกำลังเพียงน้อยกลับคืนเป็นเอกราชในพุทธศตวรรษที่ 2310 รวมเวลามาจนถึงปัจจุบันก็มีอายุ 672  ปี ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานีมีผู้ที่เก่งกาจในวิทยาด้านต่างๆ เช่น การปกครอง การยุทธ นักปราชญ์ ศิลปะทุกแขนง การแพทย์แผนไทย และอื่นไปอีกหลายแขนง จนมีสำนวนว่า”กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี” ในที่นี้มีความหมายว่าเมื่อเกิดเหตุกับบ้านเมืองนั้นเมื่อถึงคราวจำเป็นทุกข์ยากลำบากก็ยังหลงเหลือคนดีมีฝีมือกลับมากอบกู้บ้านเมืองให้พ้นจากสถานการณ์ที่เลวร้ายให้สู่กลับสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ดั่งเดิม

อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน

อย่างไรก็ตามจึงถือได้ว่าพระนครศรีอยุธยา จึงมีคนเก่งทั่วไปไม่ว่าจะนอกเมืองในเมือง ในพระนครศรีอยุธยาจึงเป็นจุดศูนย์กลางที่มีคนเก่งมีความรู้ความสามารถมาจวบจนถึงปัจจุบันกรุงรัตนโกสินทร์ ในวาระนี้ก็จะเล่าเรื่องในเก่งในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีใครๆกล่าวขานและโจษขานเป็นที่แผ่ขยายในกิติศัพท์ว่ามีคุณธรรม มีความรู้ มีความสามารถในเชิงช่างสิบหมู่ แพทย์แผนไทย ท่านนั้นมีความนำในเรื่องไสยเวทย์มนตราและอีกหลายแขนง จึงได้ยกมาให้ท่านทั้งหลายได้ทัศนาและศึกษาจากคำบอกเล่าของ ชำนาญ ศิริเรือง ที่มีความศรัทธาและเคารพบูชา ท่านนั้นมีนามว่า “อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน” ผู้มีความเก่งในทุกๆด้านตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นและยังมีตำราหนึ่งท่านสร้างคือวัตถุมงคลเครื่องรางจนเป็น”หุ่นพยนต์”ที่ต่างสืบค้นแสดงหามาบูชา

“หุ่นพยนต์” นี้กล่าวขานว่าเป็นเครื่องรางที่ใครมีบูชาแล้วเหมือนมี”แก้วสารพัดนึก”

อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน เป็นอาจารย์ฆราวาส มีความโอบอ้อมอารีแก่ทุกคนที่ได้มาพบเห็น ก่อนที่จะเข้าเรื่องของ”หุ่นพยนต์”มารู้จักกับท่านว่าเป็นใครมาจากไหน”อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน” เดิมมีภูมิลำเนาเป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์เข้ามาตั้งรกรากที่พระนครศรีอยุธยา แถวๆ วัดกลาง ต.ทางกลาง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

ในวัยเด็กก็ได้อุปสมบทเป็นสามเณร อยู่ที่วัดเสาธงใหม่ อ. มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยาและอยู่รับใช้พระอาจารย์แป้น และท่านก็ได้สอนเคล็ดลับวิชาอาคมต่างๆ การแพทย์แผนไทย วิปัสนากรรมฐาน ซึ่งอาจารย์แป้น ท่านเป็นศิษย์ของพระอาจารย์ซวง วัดชีปะขาว และอาจารย์ลอย โพธิ์เงิน ยังได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ผู้มีอาคมแก่ในสมัยนั้น เมื่อครบอายุที่จะบวชเป็นพระภิกษุก็ได้เข้าอุปสมบทที่วัดพนัญเชิงวรวิหารจำพรรษาอยู่ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ก็หาความรู้เพิ่มเติมจนสามารถรักษาคนในวิชาแผนไทย ดูดวง ผูกดวง และท่านยังมีความสามารถในงานศิลปะ เช่น จักสาน ปั้น แกะสลัก งานไม้ ตลอดไปจนถึงงานแทงหยวกกล้วย ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมายจนเป็นที่อิจฉาของพระในวัดนั้นเองจึงได้ลาสิกขาเป็นฆราวาสเพื่อความสบายใจ

เมื่อสึกจากบรรพชิตกลับมาเป็นฆราวาสมาผูกแพรหน้าวัดรัตนชัย”วัดจีน”ในแม่น้ำป่าสักแล้วได้ย้ายไปปลูกสร้างบ้านเรือนที่แถววัดสุวรรณดารารามจวบจนถึงบั้นปลายของชีวิต ขณะที่ อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ก็ได้รักษาไข้ต่างๆให้แกชาวบ้านด้วยความอุตสาหะตามที่ได้ร่ำเรียนมา ดูดวง ผูกดวงชะตา มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ท่านมีชื่อเสียงมากจนเป็นที่โจษขานไปไกลวิ่งนั้นคือ”หุ่นพยนต์”เมื่อท่านมีชีวิตอยู่จนถึงท่านเสียชีวิตไปแล้วหุ่นพยนต์ของดังไกลไปถึงต่างประเทศเลยทีเดียว การจัดสร้างหุ่นพยนต์ของท่านจะใช้ว้าสดกุหลาบชนิด เช่น ก้านใบลาน หญ้าแพรก ไม้ไผ่ หวาย เมื่อสานจะมีลักษณะเหมือนกับหรือหุ่นไล่กา

หุ่นพยนต์ของ อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน จะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกันทุกตนเพราะท่านจะสานด้วยมือตนเองจึงสานออกมาแล้วจะอยู่ที่การจักสานเส้นตรอกแต่ละเส้นมีความเท่ากันนำมาสานมีลักษณะหุ่นเป็นปล้องจะมีหกปล้องมีโคลงหุ่นเป็นกระบอกตั้งแต่ส่วนหัวลงมาส่วนแขนต่อออกมาใต้คอส่วนขาต่อจากลำตัวได้สัดส่วน ในด้านของพุทธคุณของหุ่นพยนต์ดีทางด้านเมตตามหานิยม ค้าขายดี ร่ำรวย ขอสิ่งใดจะได้ตามประสงค์เหมือนมีเพื่อนอยู่ใกล้กับเรา คอยคุ้มครองระวังภัยที่จะขึ้นกับตัวเรา บางครั้งจะมาให้เห็นบางครั้งก็เป็นเสียงกระซิบบอก หากมีหุ่นพยนต์ให้หมั่นทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับหุ่นพยนต์เป็นประจำเพื่อเพิ่มพลัง

สำหรับข้อห้ามคือ ห้ามถวายเหล้า หากไม่บูชาติดตัวก็บูชาไว้ในพานที่บ้านได้ถวายน้ำเมื่อถึงเวลากินข้าวก็ให้เรียกกินข้าวพร้อมกัน

เรื่องราวของ อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน และหุ่นพยนต์ เป็นเรื่องเล่าจากชำนาญ ศิริเรือง โดยได้เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งและมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อท่านที่ท่านไม่เลือกว่าใครจะมีใครจะจนทุกๆคนที่มาหาเท่าเทียมกันหมด ผู้ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นก็จะรักษาให้โดยไม่รังเกียจรังงอน ในด้านเครื่องมงคลท่านสร้างหลายรุ่นทุกรุ่นก็มีความเข้มขลังเหมือนกันแต่ที่มีชื่อเสียงเห็นจะเป็น”หุ่นพยนต์”

ชำนาญ ศิริเรือง ได้กล่าวว่าวัตถุมงคลที่ติดตัวส่วนใหญ่จะเป็นหุ่นพยนต์ ตนเองบูชาก็พบแต่ความสุข ความอุดมสมบูรณ์ แคล้วคลาดปลอดภัย แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มได้เล่าให้ฟัง สร้อยที่มีหุ่นพยนต์ได้หลุดร่วงหายแต่กลับได้คืนโดยไม่มีอะไรสูญหาย ในบ้านในรถที่จริงไม่มีใครอยู่กลับมีคนเห็นว่ามีคนอยู่ อันข้อความนี้ใช้วิจารณญาณนะครับ เห็นดังกล่าวเป็นเรื่องความเลื่อมใสของแต่ละบุคคล คาถาบูชาหุ่นพยนต์ โอม ปลุกมหาปลูก กูจะปลุกพ่อหุ่นพยนต์ด้วย อะหัง ทุกัง ถ้าเข้าที่คับขันให้ปิดท้ายด้วย”นะมะ พะทะ”และยังมีสาย อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน จะนำมาให้ทัศนาในคราวหน้า หากมีโอกาส นามท่านว่า อาจารย์แหลม แจ้งเจริญ ….สวัสดีครับพบกันครั้งต่อไป

เรื่อง/ภาพ : โดย พรหมพิริยะ จันทร์เพ็ญ